Covid-19  = Corona virus disease 2019  #  2
เครดิตภาพ : Pixabay.com


      วิกฤตการณ์ covid-19 กับผลกระทบกับมนุษย์เงินเดือน สังคมพวกเราชาวแรงงานโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ที่ใช้แรงงานรับจ้างเพื่อยังชีพ (ต่อจากตอนที่แล้ว)


เมื่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชะลอการผลิต สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาก็คือคำสั่งซื้อชิ้นส่วนที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตรถยนต์ย่อมลดจำนวนต่ำลงเป็นธรรมดา  


แต่สิ่งที่ไม่ธรรดาคือนอกจากคำสั่งซื้อที่ลดลงแล้ว สิ่งที่ทางโรงงานผู้ผลิตทำเพิ่มเติมคือการทยอยหยุดสายการผลิตเป็นบางช่วง ซึ่งทางผู้เขียนมองว่าทางผู้ผลิตกำลังใช้มาตรการเริ่มจากเบาไปหาหนัก และบางครั้งก็ผ่อนหนักผ่อนเบา โดย บางครั้งเปิด บางช่วงปิด เพื่อให้พนักงานอยู่ได้ และก็เฝ้าดูสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้อย่างใก้ลชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ไปด้วย



 ดังนั้นเมื้อผู้ผลิตแก้ปัญหาแบบนี้ก็เป็นเหตุที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนก็จะต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ ดังนั้นการประกาศหยุดตามก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นี้คือที่มาของการเขียนบทความนี้ขึ้นมา ท่านผู้อ่านอาจจะถามว่าทำไมถึงมาเริ่มเขียนบทความเอาหลังจากหยุดงานไปแล้ว ถึง 14 วัน



    ผมอยากจะบอกว่าถ้าเหตุการณ์การหยุดครั้งนี้เป็นการหยุดยาวปรกติ ผู้เขียนอาจจะไม่มีโอกาสได้เขียนบทความ เพราะโดยปรกติผู้เขียนก็มีภาระกิจหลายๆอย่างที่ต้องทำ แต่เหตุการณ์นี้ทางรัฐบาลได้มีการออกมาตรการต่างที่ทางผู้อ่านก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดที่ผู้เขียนทำงานอยู่ เป็นพื้นที่สีแดงและทางจังหวัดบ้านเกิดของผู้เขียนก็เป็นพื้นที่สีแดง 



และที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งประกาศหยุดของบริษัทที่ผู้เขียนทำงานอยู่ มีกฎเหล็กไว้อยู่1ข้อ คือ ให้พนักงานหยุดโดยห้ามพนักงานออกจากจังหวัดที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน และถ้าจะออกไปต้องมีเหตุอันจำเป็นที่สุดเท่านั้น และต้องแจ้งเพื่ออนุมัติจากหัวหน้างานที่ขึ้นตรงและต่อๆไปจนถึงระดับ ผู้ยริหารระดับสูงของบริษัท (Top management)

และถ้าได้อนุมัติแล้วกลับบ้านต่างจังหวัดก็ต้องไปกักตัวอยู่บ้าน 14 วันโดยต้องไม่ไปคลุกคลีกับญาติๆ 
และหลังจากกลับมาแล้วจะต้องทำการกักตัว 14 วันโดยให้ใช้สิทธิลาเท่าที่มีตามลำดับและที่สำคัญเลยคือหลังจากกักตัว14วันแล้วจะต้องยื่นใบรับรองแพทย์ในการตรวจ covid-19 มายืนยันเท่านั้น



 ไม่อย่างนั้นไม่มีสิทธิกลับมาทำงาน โอ้ my god ท่านผู้อ่านรู้ไหมครับว่าขั้นตอนไหนยากที่สุด…..5555..  ผมว่าทุกคนตอบถูกเหมือนกันหมดครับ  ผมไม่เฉลย 55.  


ภาพแสดง การเว้นระยะห่างทางสังคม
แต่เอาหน่อยก็ได้ครับ ผมจะไม่เฉลยตรงๆน่ะครับ
 แต่จะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเร็วนี้ให้ฟัง มีน้องคนหนึ่งที่โรงงานเป็นระดับหัวหน้าแผนก ตอน 11.00 น วันหนึ่ง ถูกทางบริษัทสั่งให้กลับบ้าน   ทางพนักงานคนอื่นๆก็งง กันหมดว่าเกิดอะไรขึ้นและได้พากันหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น


 ก็ได้รับคำตอบว่า พนักงานคนนี้แจ้งทางฝ่ายบุคคลของโรงงานว่า ภรรยา ของหัวหน้าแฟนของพนักงานคนนี้ตรวจพบเชื้อ covid-19 ครับ(สาเหตุที่ต้องแจ้งเพราะบริษัทออกกฎมาว่า ถ้าพนักงานท่านใดมีญาติที่ใกล้ชิดมีความเสี่ยงกับโรคนี้จะต้องแจ้งฝ่ายบุคคลครับ) 

เมื่อรับทราบดังนี้ทางบริษัทจึงมองว่าพนักงานคนนี้มีความเสี่ยงจึงจำเป็นต้องให้กลับบ้านเพื่อไปกักตัวเอง 14 วัน

     โดยให้การตามสิทธิ์ที่พนักงานนั้นมี คือลาพักร้อน ถ้าไม่พอให้ลากิจ และหลังจากกักตัว 14 วันแล้วถ้าต้องการจะมาทำงานต้องต้องมีอะไรครับ  ใช่ครับจะต้องยื่นใบรับรองแพทย์ในการตรวจ covid-19 มายืนยันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นไม่มีสิทธิกลับมาทำงานครับ 



แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังครบกำหนดในการกักตัวพนักงานไม่สามารถหาใบรับรองแพทย์การตรวจ covid-19 มายืนยันได้เมื่อมีการสอบสวนพนักงานพบว่าตัวพนักงานคนนี้พร้อมด้วยแฟน ไปขอตรวจโรคนี้ กับทางโรงบาลของรัฐบาลที่นึง แต่ทางโรงพยาบาลเขาไม่ยอมตรวจให้โดยเหตุผลของทางโรงพยาบาล ไม่มีความเสี่ยงที่จะติดแม้แฟนของพนักงานจะบอกว่าแฟนของหัวหน้าติดcovid-19 และแฟนของพนักงานคนนี้ก็ทำงานใก้ลชิดกับทางหัวหน้าด้วย แต่ทางโรงพยบาลก็ไม่ยอมตรวจให้ 



      แม้จะพูดอย่างไรทางโรงพยาบาลก็ปฎิเสธ แต่ก็ไม่ปิดทางซะทีเดียว คือแจ้งว่าถ้ายืนยันจะตรวจให้ได้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจ ราคาก็ตามที่ทางดารานักแสดงท่านหนึ่งออกมาโพสท์นั่นแหละครับ เอาหน่อยก็ได้ครับ 7,000-8,000 บาท/คน  และแจ้งว่าเพราะชุดตรวจเชื้อมีจำกัด และที่ราคาที่แพงครับ



      นี้คือบทสรุปที่ว่าทำไมผมถึงไม่ได้กลับบ้าน ไม่รู่ว่าท่านผู้อ่านเจอเหมือนกันหรือครับ ถ้าเจอก็หัวอกเดียวกันครับ แต่ที่นี้พอไม่รู้จะไปไหน ก็มีแต่ กิน นอน ไปไหนก็ไม่สะดวกไม่สามารถไปนั่งนานๆได้เหมือนเดิม ต้องซื้อกลับ ยิ่งมีประกาศการห้ามขายเหล้าเบียร์ด้วยล่ะโอ้โห  ไปไม่เป็นเหมือนกัน 



      ความรุ้สึก 6-7 วันแรกก็ ok. อยู่ครับแต่หลังจากนั้นมันเริ่มคิดเกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับ โรงงานและเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าหลังจากหยุดครบแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไปเพราะมีผู้เชี่ยวชาญหลายๆสำนักออกมาพยากรณ์ว่าเพราะเมื่อเข้าหน้าฝนการระบาดจะเกิดง่าย หรือหยุดยาวขนาดนี้มันน่าจะหาอะไรทำเพื่อให้เกิดรายได้บ้าง เพราะตัวเราเองก็ไม่ได้พิกลพิการตรงไหน



      จากคิดมากๆก็กลายเป็นเครียด พอเครียดก็อยากระบาย ซึ่งผมเคยอ่านเจอว่าการอ่านการเขียนก็สามารถที่จะลดความเครียดได้ ซึ่งทางผมมองว่าการอ่านก็ดีครับแต่หลังจากอ่านแล้วก็ไม่เหลือร่องรอย

 แต่กลับกันการเขียนน่าจะเป็นะไรที่เป็นประโยชน์มากกว่าเพราะสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่างได้และหลังจากวิกฤตการณ์ต่างๆนี้ผ่านไปแล้ว เราก็ยังสามารถที่จะเก็บบทความที่เราเคยทำไว้เป็นความทรงจำได้ตลอดไป

 ซึ่งเราก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการ์จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของผม ณ ปัจจุบัน ซึ่งถ้ามีผู้มาอ่านมากก็อาจสร้างรายได้ในอนาคตก็ได้ .55


(ขอพักอีกรอบครับ ตอนแรกผมว่าจะเขียนให้มันกระชับ แต่เขียนไปเขียนมาออกมายาวซ่ะได้ ท่านผู้อ่านจะเบื่อก่อนแล้วเรามาต่อกันอีกครั้งครับ )


*ผมว่าผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับ สังคมของเราชาวโรงงาน ชาวแรงงาน ซึ่งผมอยู่ในสังคมนี้มาร่วน 20 ปีมารับใช้ท่านผู้อ่านกันเพิ่มเติมดีกว่า ครับ ซึ่งการเขียนอาจจะออกมาแนวเรื่องจริงเท่าที่ผมได้เจอทั้งกับตัวเองหรือคนรอบข้างและกับสังคมแวดล้อม ซึ่งจะอ่านง่ายให้ความรู้แต่อาจจะขัดกับความรู้สึกหรือมโนธรรม ในใจท่านผู้อ่านบ้าง แต่มันก็คือเรื่องจริงครับ *



ติดตามตอนต่อไปครับ และเป็นกำลังแรงใจ ในการบอกเล่าเรื่องราวโดย
 กด Like  กด share  หรือ กด ติดตาม ได้ ที่ face book page  MR.FREEMAN 006 ครับ