การบินไทย...ในวิกฤต




ประเด็นคือเมื่อ ข่าว ครม.มีมติอนุมัติให้ การบินไทยเข้าสู่ศาลล้มละลายกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และผลักดันพ้นรัฐวิสาหกิจ ผ่านการลดสัดส่วนการถือหุ้นของคลังออกไป  3% เหลือต่ำกว่า  50%   จากปัจจุบันที่กระทรวงการคลังถืออยู่ 51.03 % ซึ่งข่าวนี้เป็นข่าวดังออกไปทั่วโลก  บทความนี้จึงไม่พลาดเช่นกันที่จะเข้าไปค้นหาที่มาที่ไป ของเหตุการณ์



ฐานาะทางการเงิน เปรียบเทียบ กับ บางสายการบินหลักอื่นๆ ที่เปิดบริการในไทย



สิ่งหนึ่งที่สังเกตุคือ ทั้งก่อนและหลังที่จะมีการนำมาซึ่งมติในที่ประชุม ครม. ให้บริษัทการบินไทยเข้าสู่ศาลล้มละลายกลาง เพื่อเข้าสู่ฟื้นฟูกิจการ   จะเห็นว่าทั้งคณะผู้บริหารการบินไทยและทั้งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ก็จะมีบทบาทในเหตุการณ์ครั้งนี้

  โดยคณะผู้บริหารการบินไทยจะมีการจัดทำแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทย จำกัด โดยในการส่วนการใช้เงินให้รัฐบาลค้ำประกันการกู้เงินเพื่อมาใช้ในการบริหารกิจการต่อ ในวงเงิน 54,000 บาท

 ซึ่งคาดว่าทางรัฐบาลจะอนุมัติอีกเหมือนเมื่อครั้ง ขอกู้ 19,560 บาท เมื่อปี 2558 เพื่อใช้เสริมสภาพคร่อง  เช่นเดียวกับปี 52 มีแผนการฟื้นฟูครั้งแรก ก็ไม่สำเร็จ และ เมื่อปี 2558 ที่มีแผนการฟื้นฟูอย่างหรูแต่ไม่สามารถบริหารจัดการแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนเลยสักข้อ 
 เปรียบเสมือนนำเงินไปละลายทิ้ง  และในปี2562  ผู้บริหารการบินไทยจะมีการจัดทำแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทยอีกรอบ  แต่รอบนี้มันไม่ง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะมีเหตุให้ทางรัฐบาลต้องใช่จ่ายเงินจำนวนมาก จนต้องมีแผนที่จะกู้เงินจากสถาบันต่างประเทศ เข้ามาใช้จ่ายเพิ่มเติม  

  จึงทำให้แผนฟื้นฟูครั้งนี้ไม่ง่ายและอาจจะไม่ได้ด้วย  แต่พอเริ่มรู้ตัวว่าแผนการที่ขออนุมัติเงินกู้เริ่มมีปัญหาในการอนุมัติ หรืออาจจะไม่ได้อนุมัติ ซ้ำยังอาจเข้าสู่กระบวนการยื่นศาลล้มละลาย ถ้าสังเกตุจะพบว่า   ในส่วนของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ก็จะออกมาเล่นบทบาทเรียกร้องว่าสายการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ

 เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจะต้องรักษาความเป็นเป็นรัฐวิสาหกิจไว้ โดยจะไม่ยอมรับการแยกการบินไทยออกจากการบินส่วนหนึ่งของรัฐวิสาหกิจไทยอย่างเด็ดขาด 

 ถามว่าทำไม เพราะอะไร กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ถึงออกมาต้านแรงอย่างนั้นครับ 


ก่อนอื่นจะขออธิบายที่มาที่ไปของคำว่า รัฐวิสาหกิจ  เพื่อจะได้ทำให้สังตมข้าใจในเบื้องต้นก่อนคำว่า  รัฐวิสาหกิจ อธิบายหรือแปลความหมายง่ายๆคือ ธุรกิจของรัฐหรือประเทศนั่นแหละครับ 

ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทำธุรกิจของรัฐเกิดขึ้นด้วยเหตุผลหลักอยู่ 7 ข้อคือ

1.เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจแทนรัฐ 2. เพื่อเป็นตัวอย่างของเอกชนในการทำธุรกิจ 3. เพื่อความมั่นคงของรัฐหรือประเทศ

4. เพื่อส่งเสริมสังคมและเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีของรัฐ 5. เพื่อจัดทำเป็นบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของสาธารณะชน หรือตอบสนองความต้องการของประชาชน

6. เพื่อส่งเสริมรายได้แก่วัด ส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินการคลังแก่รัฐ  7. เพื่อควบคุมสินค้าอันตราย

และรัฐก็จะเรียกกลุ่มคนที่มาทำหน้าที่ตรงนี้แทนรัฐหรือประเทศก็คือพวกที่เรียกว่า พนักงานรัฐวิสาหกิจ นั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างกับข้าราชการคือราชการจะทำงานในรูปแบบของการบริการเป็นหลัก แต่รัฐวิสาหกิจจะเน้นไปเรื่องการสร้างกำไรเป็นหลักดังนั้นถ้ามีเรื่องของกำไร ก็จะมีเรื่องของผลตอบแทนเช่นโบนัส หรืออื่นๆที่หวือหวากว่าเป็นข้าราชการทั่วไป


แล้วบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย  และซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐ ณ สถานการณ์ ในปัจจุบันแห่งนี้ล่ะ  อยู่ในข้อหนึ่งข้อใดของ 7 ข้อนี้หรือไม่ ?


บริษัทเดินอากาศไทย โดยสโลแกน " เพียงเงียบหนึ่งก็ถึงแล้ว "


ปี 2503 รัฐบาลขณะนั้นจัดตั้งบริษัทเดินอากาศไทย และต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นบริษัทการบินไทยเมื่อปี 2534  ประวัติโดยละเอียดจะไม่กล่าวถึงครับ แต่ผู้สนใจสามารถหาอ่านได้ง่ายๆจากสื่อสังคมออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบันครับ  

วิกิพีเดีย th.wikipedia.org/wiki/การบินไทย


ชุดแต่งกายต่างๆ ของนักบินและพนักงานต้อนรับ บริษัทการบินไทย ในยุคต่างๆ

ในอดีด  บริษัทการบินไทย  ก่อตั้งมาสามารถที่จะตอบโจทย์ได้ครบทั้งหลักการทั้ง 7 ข้อซึ่งวัตถุประสงค์ของการทำธุรกิจของรัฐเกิดขึ้นด้วยเหตุผลหลักอยู่ 7 ข้อคือ

1.เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจแทนรัฐ เพราะประเทศไทยต้องการที่จะมีสายการบินพลเมืองแห่งชาติ

2. เพื่อเป็นตัวอย่างของเอกชนในการทำธุรกิจเพราะในอดีตธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่ใช้เม็ดเงินลงทุนที่มากและมีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะในประเทศไทยที่อยู่ในประเทศโลกที่สามในสมัยนั้น ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนได้เห็น

3. เพื่อความมั่นคงของรัฐหรือประเทศ การที่ประเทศไหนมีสายการบินก็จะทำให้เกิดความมั่นคงระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในการนำพาบุคคลสำคัญของประเทศไปปฏิบัติภาระกิจยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ

4. เพื่อส่งเสริมสังคมและเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีของรํฐ การบินไทยช่วยเปิดประเทศไทยให้โลกภายนอกได้รับรู้

5. เพื่อจัดทำเป็นบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของสาธารณะชน หรือตอบสนองความต้องการของประชาชน

6. เพื่อส่งเสริมรายได้แก่วัด ส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินการคลังแก่รัฐ ในอดีตการบินไทยมีรายได้จากผลประกอบการจนสามารถที่จะส่งเงินเข้ารัฐเป็นจำนวนมาก




                     โดยปัจจุบัน การบินไทย มีพนักงานอยู่ ประมาณ 21,367 คน  และผู้รับเหมาที่ทำงานกับการบินไทยจำนวน 11,000 คน
แบ่งเป็นนักบิน 1,371 คน พนักงานต้อนรับบนเครื่อง 6,081 คน หน่วยช่างเครื่อง 3,682 คน  หน่วยบริการภาคพื้น 7,447 คน และสายการพาณิชย์ 1,674 คน อื่นๆ 1,112 คน



ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 39,538 ล้านบาทแบ่งเป็น ค่าจ้างและผลประโยชน์ของพนักงานเท่ากับ 31,171 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับนักบินและลูกเรือเท่ากับ 6,241 บาท และค่าจ้างแรงงานภายนอกเท่ากับ 2,124 ล้านบาท

สัดส่วนแสดงพนักงานที่ทำงานบนเครื่องและพนักงานซ่อมบำรุงต่อเครื่องบิน



   ในขณะที่เครื่องบินที่ใช้บินได้มี 81 เครื่องจาก 104 เครื่อง และมีเครื่องบินที่จอดไว้จำนวน 19 ลำ บางลำใช้เพื่อเป็นอะไหล่ บางเครื่องจอดซ่อม ซึ่งมีความล่าช้าในเรื่องอะไหล่เป็นอย่างมาก 

  เนื่องจากเป็นความล่าช้าของบริษัทที่เป็นผู้ผลิตอะไหล่เอง มาดูสัดส่วน เครื่องบิน 1 ลำ / นักบิน 16 คน   , สัดส่วน เครื่องบิน 1 ลำ / พนักงานต้อนรับบนเครื่อง  75  คน   สัดส่วน , เครื่องบินรอซ่อม 1 ลำ / ฝ่ายช่าง เครื่องคือ   185   คน   

     แล้วบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย มาตั้งแต่ ปี พ.. 2537 เรื่อยมาจนถึง ปี พ.. 2562 และซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐ ณ สถานการณ์ ในปัจจุบันแห่งนี้ล่ะ  อยู่ในข้อหนึ่งข้อใดของหลักการรัฐวิสาหกิจ 7 ข้อนี้หรือไม่ ?

     คำตอบคือ เมื่อก่อนใช่ แต่ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) จำกัด นี้มีคุญสมบัติหลายข้อ ที่ไม่เพียงพอที่ควรจะเป็น รัฐวิสาหกิจครับ โดยเฉพาะคุณสมบัติ ข้อ 4 ,ข้อ 5 และ ข้อ ชัดเจนมาก ชัดขนาดที่ประชาชนทั่วไปก็รับรู้รับทราบเป็นอย่างดี  

    โดยในข้อที่ 4  กำหนดว่า " เพื่อส่งเสริมสังคมและเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีของรํฐ การบินไทยช่วยเปิดประเทศไทยให้โลกภายนอกได้รับรู้ " แต่ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่าน  ผู้บริหารและกลุ่มสหภาพรัฐวิสาหกิจของการบินไทยกลุ่มใหญ่ ได้นำพาบริษัทการบินไทยแห่งนี้ เล่นการเมืองเลือกข้างอย่างชัดเจน

 เพียงแค่อยากปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเอง เพราะกลัวว่าอีกกลุ่มการเมืองที่เข้าใจปัญหาภายในการบินไทยเป็นอย่างดี จะทำการแยกการบินไทย ออกไปจากการเป็นรัฐวิสาหกิจของไทย  

   และข้อที่ 5 " เพื่อจัดทำเป็นบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของสาธารณะชน หรือตอบสนองความต้องการของประชาชน " แต่ตั๋วของการบินไทยที่แพงมาก คนที่จะขึ้นได้ต้องเป็นคนที่มีเงินถุงเงินถังเท่านั้น หรือไม่ก็เป็นคนที่จำเป็นต้องไปต่างประเทศเท่านั้น

    ทั้งที่เมื่อก่อนไม่มีคู่แข่งขันเลย    แต่การบินไทยก็ได้กำหนดค่าตั๋วที่แพงมาก ทำให้ประชาชนหรือสาธารณะชนทั่วไปได้แค่ฝัน      
 แม้ตอนหลังจะมีสายการบินต้นทุนต่ำเข้ามา แต่การบินไทยก็ไม่ลดราคาให้ต่ำลงมาเพียงพอเปลี่ยนในประชาชน ให้มาใช้บริการได้ 
   ซึ่งนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ การบินไทย แข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างยากลำบาก และไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน

 และข้อ 6  "  เพื่อส่งเสริมรายได้แก่รัฐ ส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินการคลังแก่รัฐ " แต่ปัจจุบันการบินไทยมีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมจำนวนมากเป็นแสนล้าน ซึ่งทำให้ข้อนี้ชัดเจน จนมีประชาชนจำนวนมากพากันคัดค้าน การที่จะนำเงินภาษีของประชาชนไปช่วยเหลือ หรือใช้ความมั่นคงของรัฐไปช่วยค้ำประกันเงินกู้ 

   และตลอกกว่าสิบปีที่ผ่านมา ที่ การบินไทย ยังคงอยู่เป็นรัฐวิสาหกิจของชาติได้โดยที่ไม่ล้มละลาย และยังมีรัฐบาลค้ำประกันทางการเงินให้ในหลายๆครั้ง   ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่เข้าใจปัญหา เพียงแต่ว่าไม่มีรํฐบาลชุดไหน อยากโดนข้อหา  " มหากาพย์ สุดคลาสสิค "  จากกลุ่คนบางกลุ่มก้อนการเมือง ว่า  ขายสมบัติของชาติ เหมือนกับกลุ่มการเมืองในอดีต แค่นั่นเอง

     แต่เมื่อเกิด วิกฤตการณ์โรคระบาด COVID-19  ระบาดไปทั่วโลก ทำให้อุตสาหกรรม การบิน ทั่วโลกประสบปัญหา ไม่สามารถ ขึ้นบินได้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลทั่วโลกก็ประสบกับปัญหาที่ต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลไทยเอง ที่จะต้องกู้เงินจำนวนมากมาใช้จ่าย ในจังหวะเดียวกันที่การบินก็ต้องการเงินจำนวนมาก เพื่อมาต่อลมหายใจ และจังหวะเดียวกันประชาชนจำนวนมากก็ต้องการเงินเยียวยาจากเหตุการณ์โรคระบาด ทำให้ประชาชน ก็เริ่มส่งเสียงคัดค้านในเรื่องนี้ มากมายขึ้นเรื่อยๆ  

  ซึ่งส่วนหนึ่งมองว่า เป็นผลมาจากการที่ประชาชนไม่มีความรู้สึกว่า การบินไทย เป็นสมบัติของชาติ เป็นสมบัติของประชาชนอย่างพวกเขาอย่างแท้จริง  

   สิ่งนี้จึงเป็นแรงกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลต้องเลือก และแล้วรัฐบาลก็เลือกที่ฟังเสียงของประชาชน จึงเป็นเหตุให้  ครม.มีมติอนุมัติให้ การบินไทยเข้าสู่ศาลล้มละลายกลาง เพื่อเข้าสู่ฟื้นฟูกิจการ และผลักดันพ้นรัฐวิสาหกิจ  

 เพื่อต้องการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ ในสถานะการณ์ปรกติ


แล้ววันหนึ่งเราจะเห็นว่ารัฐบาลทำถูกต้องแล้ว และเราจะเห็น การบินไทย กลับมาได้อย่างแข่งแกร่งได้ภายใน 2 ปี  
ภายใต้สโลแกน การบินไทย  รักคุณเท่าฟ้า อย่างสมศักดิ์ศรี  สายการบินแห่งชาติ อย่างแน่นอน