เมื่อหมอกสลาย...การบินไทย

ปัญหาการขาดทุนอย่างมหาศาล     และก้อนหนี้กว่า 240,000 ล้านบาทของการบินไทย เปรียบเสมือน  เครื่องบินน้ำหนัก  240 ตัน ที่คนกลุ่มหนึ่งเกินที่จะแบกรับไว้  และจะร้องขอให้คนทั้งประเทศไปช่วยแบกภาระนี้ร่วมกันโดยให้ประเทศค้ำประกันเงินกู้ให้
 
        โดยอ้างความเป็นสมบัติของชาติ ที่ทุกคนต้องช่วยกันรักษา  แต่ประชาชนมากกว่าครึ่งไม่คิดเช่นนั้น  เมื่อก่อนเวลาที่ การบินไทย มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเรื่องเงินหรือพูดง่ายคือต้องการใช้เงินแต่ไม่มีเงินหรือเงินไม่พอ ซึ่งผู้บริหารการบินไทยก็แค่ทำแผนการใช้เงินโน่น นี่ นั้น


  และนำเสนอรัฐบาลเพื่ออนุมัติแผนและหลังจากนั้นรัฐบาลก็อนุมัติแผน และได้เงินก้อนโตมาใช้ในการบริหารเท่านั้น

      ซึ่งเมื่อเงินได้มาอย่างง่ายๆ ก็บริหารก็แบบง่ายๆ และไม่มีประสิทธิภาพ จนผลประกอบการนับวัน สาระวันเตี้ยลงเละเทะ จนกลายเป็นเละตุ้มเปะ ไม่หลงเหลือความน่าภาคภูมิใจที่ทำไว้ในอดีดไว้เลย

      แต่อย่างว่า ก็ต้องมองอย่างเป็นกลางครับ ว่าปัญหาที่หมักหมม ความมืดมนที่ซ่อนอยู่ ต่อให้ไปเชิญใครหน้าใหนในโลก ต่อให้คนที่เข้ามาเพื่อเป็นแม่ทัพ จะเก่งกาจและวิเศษวิโส มาจากไหน

 ก็ไม่มีทางที่จะมีใครหน้าไหน ที่จะทำให้เรือนาวา แห่งนี้หลุดจากวังวนและรอดพ้นการชนกับหินโสโครกไปได้เลย  เพราะตราบใดที่ความมืดทะมืนปกคลุมอยู่ ต่อให้แม่ทัพเป็นใครก็เตรียมตัวแพ้ได้เลย …. แต่นั้นมันเมื่อก่อน !

แต่หลังจากนี้ไม่ง่ายอีกต่อไป !      เมื่อต้องเข้าสู่ศาลล้มละลายกลาง เพื่อเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ และไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่มีรัฐบาลต้องคอยหนุนหลังแล้ว โดยต้องบริหารงานแบบเอกชนแบบ 100 % 

         และต้องทำแผนฟื้นฟูกิจการ  เพื่อนำเสนอแผนต่อเจ้าหนี้และถ้าเจ้าหนี้เห็นชอบก็จะต้องยื่นศาลล้มละลายกลางเพื่อขออนุมัติแผน และบริหารจัดการการเพื่อให้เป็นตามแผนที่ผ่านการอนุมัติ

         โดยการบริหารจัดการการแผนนั้นจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดของทั้งเจ้าหนี้และศาลล้มละลายกลาง
แต่หลังจากนี้จะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาสู่ที่แห่งนี้  ที่ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกอันหนาทึบ ที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย  แล้ววันเวลานั้นมาถึงแล้ว  วันนี้…เริ่มวันดี…เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นของวันที่  การบินไทย… ไร้เมฆหมอก

และการกระบวนการต่อจากนี้สิ จะเป็นเรื่องน่าสนใจมาก เพราะ มันเป็นจุดเริ่มต้นของการการก่อเกิดใหม่ของบริษัทเอกชนแห่งนี้  เริ่มต้นในรูปแบบของการการฟื้นฟู

ในทางปฎิบัติ จะมีขั้นต้อนที่อธิบายง่ายๆดังนี้

1.  กระทรวงการคลังจะทำการขายหุ้นออกไปให้สัดส่วนการถือหุ้นต่ำกว่า 50%  จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 51.03 %  เพื่อจะให้ การบินไทย หลุดจากการเป็น รัฐวิสาหกิจไทย

 ซึ่งจะทำให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสิ้นสภาพโดยอัตโนมัติ ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2543  เรื่องนี้ผู้ที่มาทำแผนฟื้นฟูต้องการ แต่ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจไม่ต้องการ

2.  กระทรวงคมนาคมยื่นคำร้องต่อสารล้มละลายกลางของไทยพร้อมหาผู้ที่จะมาจัดทำแผนฟื้ฟูกิจการ  แล้วหลังจากนั้นก็จะนำคำร้องเดียวกันไปยื่นต่อศาลล้มละลายกลางของสหรัฐอเมริกา ( Chapter 11 )  ดีแล้วที่ไม่ไช่ Chapter 7

ในเรื่องนี้ได้กลุ่มคนบางกลุ่มจำพวกนักวิชาเกินอวดโชว์โง่ แสดงความฉลาดน้อย  ออกมาแย้งว่าไทยมีอิสระภาพทางกฏหมายและศาล ไม่มีความจำเป็นต้องยื่นศาลล้มละลายกลางของสหรัฐอเมริกาที่

ผมอยากจะพวกเหล่านั้นให้รู้สำนึกและเลิกบิดเบียนที่จะทำให้เกิดการเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนคนไทย และจะได้ตระหนักว่า แม้ว่าเราจะมีอิสระภาพทางกฏหมายและศาล จริง แต่มีอิทธิพลเฉพาะในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น

ส่วนนอกประเทศไทย เราไม่ได้มีอิทธิพลเลย เพราะประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเล็กๆ และไม้ได้มีอิทธิพลมากมายในเวทีโลก   ดังนั้นเราจะต้องอาศัยอิทธิพลศาลของประเทศที่มีอิทธิพลต่อศาลทั่วโลก ซึ่งเราก็เลือกศาลล้มละลายกลางของสหรัฐอเมริกา ครับ

ถามว่าทำไมต้องยื่นศาลนอกประเทศ  ต้องขอบอกก่อนว่า เมิ่อเมื่อมีการยื่นศาลล้มละลาย เพื่อขอทำแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว การบินไทยก็ยังสามารถที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้

แต่การบริหารจัดการจะอยู่ต้องถูกควบคลุมกำกับดูแลของเจ้าหนี้และศาลล้มละลาย โดยที่เจ้าหนี้ทั้งหลายจะไม่สามารถตามทวงหนี้ได้  สรุปยื่นศาลไทยเจ้าหนี้ที่อยู่ในไทยทวงหนี้ไม่ได้

แต่เจ้าหนี้ที่อยู่นอกประเทศไทยสามารถที่จะทวงหนี้ได้ครับ ถ้าไม่ยื่นศาลต่างประเทศ อาจจะเกิดเหตุการเมื่อเครื่องบินของการบินไทยเมื่อบินออกนอกประเทศไทย อาจจะถูกยึดเครื่องบินได้

หรืออาจจะเกิดเหตุการณ์เจ้าหนี้นอกประเทศทำการกดดันจนทำให้ บริษัทผลิตอะไหล่ไม่ส่งชิ้นส่วนอะไหล่มาให้ได้เพราะเจ้าหนี้นอกประเทศกดดันจนทำให้การดำเนินกิจการของการบินไทยมีปัญหาได้ และปัญหาอีกมากมายครับ

3.  ผู้จัดทำแผนเสนอแผนต่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และถ้าเห็นชอบก็นำเสนอต่อศาลล้มละลาย ถ้าศาลเห็นชอบ ดำเนินตามแผนต่อไป


ต่อมา เรามาดูแนวทางที่คาดว่าผู้จัดทำการแผนการพื้นฟูจะกำหนดขึ้นเพื่อนำเสนอต่อเจ้าหนี้ลูกหนี้และเสนอต่อศาลล้มละลายกันครับ

 (ขอย้ำว่า คาดว่าน่ะครับ เพราะบทความนี้จัดทำในช่วงเวลาที่ ครม. มีมติอนุมัติการยื่นให้ บริษัทการบินไทย เข้าสู่ศาลล้มละลายกลาง เพื่อเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ เท่านั้นครับโดยพิจารณาจากรายได้รายจ่ายและภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในงบดุลการเงิน ปี 2562 )

1.   ปรับโครงสร้างองค์กร โดยผ่าตัดใหญ่องค์กรนำผู้บริหารมืออาชีพที่มีการยอมรับทั้งในส่วนของเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และพนักงาน  เข้ามาบริหารแผน โดยที่บุคคลเหล่านั้นจะสามารถมีอิสระในการทำงานจากรัฐบาล และรัฐบาลต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่

2.  ลดขนาดองค์กรลง 25-35 % ในส่วนของบุคลากรหรือพนักงาน (ลดประมาณ  5,500 – 7,500 คน) จากปัจจุบัน พนังงาน 21,367 คน เพื่อให้เหมาะกับขนาดที่แท้จริง

จำนวนพนักงานในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา
ค่าใช้จ่ายที่สำคัญ


3.   ปรับสวัสดิการต่างๆบางส่วนของพนักงานลง เช่นนโยบายการจ่ายภาษีแทนพนักงาน สวัสดิการการรักษาฟรีตลอดชีพ

4.   ปรับชนิดหรือประเภทของเครื่องบินที่มากเกินไปให้เหลือ 4- 5 รุ่น เหมือนสายการบินอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายในซ่อมบำรุง และการเช่าเครื่องบินในการบินทดแทน

 เพราะปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องรุ่นที่แตกต่างกันกว่า 14 รุ่น ซึ่งแต่ล่ะรุ่นก็ใช้อะไหล่ที่แตกต่างกันและบางรุ่นก็มีปัญหาการผลิตอะไหล่ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้เกิดความล่าช้าในการสั่งของ

รุ่นของเครื่องบินของการบินไทย 



5.   ปรับเปลี่ยนเส้นทางการปิน  ให้เหลือเฉพาะเส้นทางการบินที่มีกำไร และจัดหาเส้นทางการบินใหม่ตามความต้องการของตลาด


6.   ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านราคาที่จะทำให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด โดยเฉพาะตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ


7.   ปรับเปลี่ยนวิธีการจำหน่ายตั๋วให้ทันสมัย ยกเลิกขายตั๋วผ่านระบบตัวแทนซึ่งล้าสมัย และได้กำไรน้อย ทำให้สูญเสียรายได้ที่ควรจะได้จำนวนมาก ให้ใช้ระบบขายผ่านแอพพิเคชั่น แทน


8.   ปรับเปลี่ยนวิธีจัดซื้อจัดจ้างใหม่ให้สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนเพื่อลดการทุจริตเชิงนโยบาย

9.   แยกธุรกิจไปจัดตั้ง บริษัทออกไปและบริหารเองเพื่อความคล่องตัวย เช่น การบริการภาคพื้น ส่วนซ่อมบำรุง คลังสินค้า



10.  ขายหรือแยกบริษัทที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ( Non-Core) เช่น ครัวการบิน

บริษัทย่อยและร่วม


ผลการดำเนินงานบริษัทย่อยและร่วม




ถ้าทำใด้ทั้งหมดนี้จะทำให้บริษัทการการบินไทยกลับมาผงาดได้อย่างแข่งแกร่งในทุกๆด้านอย่างแน่นอน  “ แล้วเราคนไทยจะรอน่ะ ยุคใหม่การบินไทย  ยุค การบินไทย…เมื่อหมอกสลาย “