เงินก้อนโต ง่ายๆ ?

      บ้าน ใครๆก็อยากได้อยากมี ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันการมีบ้าน หนึ่งหลังก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 

      เพราะผู้ประกอบการบ้านจัดสรร ผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ดเสียอีกและเมื่อมีจำนวนมากผู้ประกอบการบ้านจัดสรร

 แต่ละเจ้าก็ต้องแข่งกันขายก็ใช้มาตรการลด แลก แจก แถมไม่แตกต่างกันเลยกับธุรกิจรถยนต์ เพื่อจูงใจลูกค้า เพราะไม่ว่ารถ หรือบ้านก็มีความจำเป็นเหมือนกัน ราคาแพงพอกัน แต่ในการใช้งานที่แตกต่างกัน 

จึงไม่จัดว่าเป็นคู่แข่งกันโดยครง  แต่ธุรกิจบ้านบ้านจะมีข้อได้เปรียบคือสามารถที่ไปร่วมมือกับธนาคารเพื่อให้ธนาคารปล่อยกู้และธนาคารก็จะไปร่วมมือกับบริษัทต่างๆ เพื่อปล่อยกู้ในรูปแบบของเงินกู้ยืมให้พนักงานอีกทอดนึง  
      แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากมีพนักงานกลุ่มหนึ่งหัวใส(หรือเปล่าไม่แน่ใจ)ที่จะอาศัยมาตรการดังกล่าวนี้ หรือ ช่องว่างของมาตรการจุดนี้เพื่อหาเงินก้อนโตจาก     ส่วนต่างเงินกู้บ้าน รู้ไว้ ไม่เสียหายครับ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ซึ่งเราต้องมาดูกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ แล้วพวกเรามาดุกันครับ

ร้อยเรื่องราว

     เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นของผัว เมียคู่หนึ่งที่ผู้เขียนรู้จัก ที่อาศัยการหาเงินก่อนโดยการกู้เงินบริษัทแล้วไปกู้ซื้อบ้าน  เพื่อจะได้ส่วนต่างสองที่คือ เงินจากกู้โรงงาน และส่วนต่างการซื้อบ้าน ซึ่งถือเป็นเงินก้อนที่โตมากพอดู
    ซึ่งพอได้เงินมาก็นำมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย จนวันนึงเงินก็หมด และเริ่มเอารถไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำมาใช้จ่ายต่อ และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือเศรษฐกิจของประเทศเริ่มไม่ดี บริษัทเริ่มมีปัญหาคำสั่งซื้อที่ลดลง
     การทำโอทีที่สามารถทำได้ไม่อั้นกลับถูกยกเลิก เงินที่เคยได้เพียงพอที่จะจ่ายทั้งค่าบ้านและค่ารถ กับไม่พอ ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาแก้ปัญหาเรื่อสภาพคล่องของตัวเอง 
      แต่สุดท้ายพอได้เงินมาก็นำไปชำระหนี้แค่บางส่วนและส่วนหนึ่งก็มากิน เที่ยวอีก ที่นี้ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายรายเดือนเบื้องตั้นก็คือ ค่ารถ ค่าบ้าน และค่าผ่อนเงินนอกระบบอีก 
     เอาแค่เงินเดือนของทั้งสองคนรวมกัน และจ่ายหนี้ 3 ก้อนนี้ แทบจะไม่เหลือเงินไว้ใช้เลย ตอนนี้ไปหยิบยืมใครก็ไม่ได้ ไม่ใช่เขาไม่อยากให้ครับ แต่เขากลัวว่าจะไม่ได้คืนเลยต่างหาก

ความเห็นส่วนตัว
1. ทุกคนอยากได้เงิน ทุกคนไม่อยากเป็นหนี้สิน แต่ถ้าไม่มีทางเลือก คนเราก็พร้อมที่จะเป็น เพราะแต่ล่ะคนก็ต้องดิ้นรนเอาตัวเองรอด