เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ?

    ตั้งแต่อดีด ปัจจุบันนี้ ช่วงนี้ เวลานี้ และเดี๋ยวนี้ เงินและผลประโยชน์  สามารถเปลี่ยนอะไรได้หลายๆอย่างครับ แม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่พี่น้องลูกเต้าเหล่ากอ จะไปนับประสาอะไรก็แค่ผองเพื่อน 

    หรือใครว่าไม่ใช่ ไม่เชื่อ ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะว่าถ้ายังไม่โดนกับตัวเองก็อาจจะพูดได้ว่าไมใช่ไม่เชื่อแต่ก็ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่จะบอกว่า  ใช่เลย 

    เดี๋ยวผมขอยกตัวอย่างเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่คลาสสิค ที่น่าศึกษา น่าอ่านยิ่งกว่า 3 ก๊ก อีกน่ะครับน่ะครับ เป็นเรื่องสมมติ ย้ำเป็นเรื่องสมมติ และไม่ได้เกิดขึ้นจริง น่ะครับ

    เรื่องมีอยู่ว่าในอดีด มีเจ้าของสื่อท้องถิ่นเมืองสารขัณฑ์ท่านหนึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลทางความคิดมากๆในยุคนั้น ซึ่งมีเพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ในเทศบาลเมืองสารขัณฑ์คนหนึ่ง

     หลังจากคบค้ารู้อกรู้ใจ นับถือน้ำใจกันรักใคร่กันขนาดเคยพูดในรายการของตัวเอง รายการหนึ่งชื่อ เมืองสารขัณฑ์ ราย 7 วัน ถ้าสมมติว่าเป็นปี 2547 ว่า ผมไม่รู้หรอกว่าท่านเป็นนายก(เทศบาล)ที่ดีที่สุดไหม แต่ผมรู้เพียงว่าท่านเป็นนายก(เทศบาล)ที่ดีที่สุดเท่าที่ก่อตั้งเทศบาลนี้มาครับ  

     แต่สุดท้ายก็แตกคอกัน  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้ ซึ่งป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่สุดและนั่นเป็นปฐมเหตุให้เทศบาลเมืองสารขัณฑ์ เสียหายจนถึงทุกวันนี้   “… รู้ไว้ ไม่เสียหายครับ

ร้อยเรื่องราว

     เป็นเรื่องราวสุดคลาสสิคของอดีด สอง เพื่อนร่วมงานกับหัวหน้างานระดับผู้จัดการอาวุโส ของผม เมื่อ 10 กว่าปีก่อน  ที่ๆแรกของชีวิตการทำงานของผม

     เริ่มแรกการทำงานในบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก และมีหลายโรง และเฉพาะส่วนที่ผมทำงานอยู่ก็มีพนักงานระดับวิศวกร ถึง 8 คน  แต่มีอยู่ 2 คนที่มาจากสถาบันเดียวกันและสองคนนี่จะเป็นที่พูดเก่ง คุยเก่งและมีหลักการน่าเชื่อถือมาก

     จนเป็นที่ไว้วางใจกับผู้จัดการที่เป็นชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก มากขนาดที่เขาไว้ใจเปิดบริษัทแล้วส่งหนึ่งในสองคนนี้ออกไปดูแลเริ่มต้น จนพอบริษัทกำลังไปได้ด้วยดี อีกคนก็ลาออกไปตาม 

    และพอเจ้าของโรงงานเริ่มระแคะระคายว่าผู้จัดการคนนี้กำลังทำอะไร เขาก็ชิงลาออก (เพราะช่วงแรกของบริษัทเขาแอบไปเปิดเป็นการตัวแทนการจัดจำหน่าย สินค้าที่เป็นอะไหล่เฉพาะทางที่ทางโรงงานสั่งเข้ามาใข้เป็นอุปกรณ์เครื่องมือในการผลิต 

     ดังนั้นสินค้าที่โรงงานสั่งมาจึงมีบางส่วนถูกนำไปขายโดยบรษัทที่แอบตั้งขึ้นมา(ผมมารู้ทีหลังหลังเรื่องแดงแต่สังเกตุปริมาณการสั่งมากกว่าปริมาณการใช้มาก) 

     หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ออกไปทำงานที่เดียวกันเต็มตัว สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นบริษัทที่ไปแอบเปิดเริ่มมีปัญหาเพราะไม่สามารถหาสินค้าส่งให้ลูกค้าได้ตามกำหนด เพราะสินค้าเป็นสินค้าเฉพาะทาง ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

     และการสั่งซื้อต้องเป็นที่ต่างประเทศ และต้องใช้เครดิต และเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนและการสั้งต้องสั่งเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นสินค้าผลิตตามคำสั่งซื้อเท่านั้น  

    เมื่อส่งสินค้าไม่ได้ความเชื่อมั่นก็เริ่มมีปัญหา  คำสั่งซื้อลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัททื่เพิ่งตั้งขึ้นมาเริ่มขาดทุน และเริ่มที่ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง 

     โดยเริ่มมีพนักงานเริ่มทะยอยถูกเลิกจ้าง และสุดท้ายมาถึงคิวของสองผู้จัดการ ซึ่งก็คือผู้จัดการทั่วไปซึ่งก็คือคนแรกที่ลาออกไป และผู้จัดการฝ่ายขายซึ่งก็คือคนที่สองที่ลาออกไปครับ คือเจ้าของมองว่าสถานการณ์แบบนี้ให้เหลือคนเดียวแต่ควบหน้าที่เอา แต่เขาให้ตกลงกันเอง

     สุดท้ายคนที่ต้องออกคือใครครับ?    ก็คือคนที่กลับมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟังยังไงล่ะ  และเหตุผลที่เขาถูกให้ออกมา เพราะมีคนไปอธิบายให้เจ้าของบริษัทที่เป็นอดีดผู้จัดการฟัง ว่าเขาสามารถที่หน้าที่ได้ทั้งหมด เพราะเขามีฐานลูกค้าอยู่ในมือและอีกคนแค่ทำหน้าที่ทั่วไปเท่านั้น  

     โธ่เว้ย..พี่เป็ด  มึงไม่เคยนึกถึงตอนที่กูออกไปลำบากลำบนในตอนบริษัทเพิ่งตั้งไข่เลย ไอ้เพื่อนทรยศ  ถามพวกเรารู้ไหมใครออก ..?
ความเห็นส่วนตัว
1.คนไม่ดีบางจำพวก เงิน ผลตอบแทน และผลประโยชน์ คืออาวุธร้ายสามารถที่จะทำลายความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งได้ และรังสีอันชั่วร้ายของมันยังทำความเสียหายในอาณาบริเวณนั้นได้