GM   รูดม่านปิดฉาก เชฟโรเลตประเทศไทย    



credit :magcarzine.com


  


แบรนด์ของ GM (General Motor) ปัจจุบันมีแบรนด์ประกอบไปด้วย

 Chevrolet จากไทย Cadillac , GMC , Buick  จากอเมริกา   Holden  ออสเตรเลีย  Wuling , Baojun  จากจีน

เริ่มปี 2563 มาได้แค่ 2 เดือน ในวันที่  17 กุมภาพันธ์ 2563 

ก็มีข่าว ฟ้าผ่า สะท้านสะเทือนวงการอุตสาหกรรมรถยนต์รายใหญ่ของไทย  

เมื่อทางบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ (GM ) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 5 ของโลก

 ประกาศยกเลิกการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย



ซ้ำยังประกาศขายโรงงานทั้งสองแห่งคือ โรงงานประกอบ ( General Motors Thailand )

และโรงงานผลิตเครื่องยนต์( General Motors Powertrain Thailand )  ที่ นิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด  (ESIE)

จังหวัดระยอง

ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับ  3 ของจีน  เกรต วอลล์ มอเตอร์  (Great Wall  Motors)  จากประเทศจีน ให้เข้ามา

เปิดตลาดในไทย

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร และส่งผลกระทบอะไร และเหตุการณ์จะดำเนินการต่อไปอย่างไร

              GM (เจนเนอรัล มอเตอร์)  ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกัน เข้ามาดำเนินธุระกิจในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี

2543 โดยใช้ชื่อว่า GM Thailand (เจนเนอรัล มอเตอร์ ประเทศไทย)  
 
โรงงาน เจนเนอรัล มอเตอร์ ประเทศไทย
 โดยส่งแบรนด์ เชฟโรเลต เข้ามาตีตลาดรถยนต์ในไทย โดยสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ชื่อว่า เจนเนอรัล มอเตอร์

 ประเทศไทย ( General Motors Thailand )

ขึ้นในเขต นิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง

และในปี 2551 ก็สร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ชื่อ เจนเนอรัล มอเตอร์ เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ( General Motors 

Powertrain Thailand )  ขึ้นในพื้นที่ติดกัน  
 
โรงงาน เจนเนอรัล มอเตอร์ เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย
โดยการผลิตช่วงแรกมีทั้ง เก๋ง กะบะ และ เอนกประสงค์ (SUV)  ยอดขายกำลังจะเป็นไปตามแผนงาน

 แต่แล้วในเดือนกันยายน ปี 2551 ก็มาเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เรียกว่าวิกฤตสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือที่เรียกว่า

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ชื่อที่เรียกเพื่อระบุแหล่งที่มาของต้นเหตุก็คือสหรัฐนั่นเอง  

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทต่างๆในสหรัฐ และบริษัทลูกในต่างประเทศ ต่างล้มละลายจำนวนมาก


 ซึ่งสภาพทางการเงินของ GM (เจนเนอรัล มอเตอร์)  ทรุดหนัก หนักขนาดที่ว่าขอเข้าสู่กระบวนการขอฟื้นฟูกิจการ

ภายใต้ กฎหมาย Chapter 11 

สาเหตุหลักเพราะลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อรถโดยใช้สินเชื่อ  เมื่อสินเชื่อมีปัญหา คนซื้อไม่สามารถผ่อนได้ตามปรกติทำให้

ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

แต่ Chapter 11 ไม่ใช่ Chapter 7  เพราะชาบเตอร์ 11 ก็คือกฎหมายฟื้นฟูกิจการ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหนี้

และศาลล้มละลายส่วนชาบเตอร์คือกฎหมายยกเลิกกิจการครับต้องขายทรัพย์สินไปจ่ายเจ้าหนี้

 ครั้งนั้นรัฐบาลสหรัฐได้เข้ามาช่วยเหลือทั้งเงินทุนและยังได้ร้องขอให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นช่วยเหลือ ครั้งนั้นเราจะได้เห็น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

credit : pantip.com

โดยจะเห็นการรวมตัวของ   จีเอ็มประเทศไทยรวมกับอีซูซุประเทศไทยโดยอีซูซุ มาจ้างให้จีเอ็มผลิตเครื่องยนต์และประกอบเข้ากับรถให้  และ ฟอร์ดประเทศไทยรวมกับมาสด้า

ประเทศไทย โดยมีเป้าหมายรว่มมือกันเพื่อให้ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกัน กลับมายืนได้อีกครั้ง

และหลังสถานการณ์ของค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกันดีขึ้น(สามารถกับมาทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง 8 ปี  2554-2560 

 )ไม่นานหลังจากนั้นในปี 2559 ทางค่ายรถยนต์ทั้งสองสัญชาติก็แยกตัวออกจากกัน  

ซึ่งในครั้งนั้นบางท่านอาจจะงงที่เห็นรถกะบะยี่ห้อ อีซูซุ วิ่งออกมาจากสายการผลิตของโรงงานประกอบของโรงงาน

ประกอบของจีเอ็ม

แต่ยอดขายรถยนต์ในไทยกลับไม่ได้โตขึ้น ซ้ำยังลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสาเหตุก็มีอยู่หลายปัจจัย แต่มีปัจจัยหลัก

อยู่ 4 ประการคือ

1 ค่านิยมในการซื้อรถของคนไทยที่ยึดกับความคุ้นเคย ความผูกพัน โดยข้อนี้จะเสียเปรียบรถยนต์ค่ายญี่ปุ่น เช่น โตโย

ต้า และอีซูซุ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยไม่ต่ำกว่า 50 ปี

credit : thansettakij.com
2. การบริการหลังการขาย หรือศูนย์บริการ ที่ไม่ว่าจะเป็น จำนวนศูนย์บริการที่น้อย การบริการหลังการขาย   แก้

ปัญหารถ  ไม่ประทับใจผู้เข้ามาใช้บริการ

3.ปัญหาของตัวรถเอง ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับระบบเกียร์ และเครื่องยนต์ เอง ซึ่งปัญหานี้เท่าที่ทราบจะเกิดขึ้นกับทุกค่าย

ที่เชี่ยวชาญในการผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้าย แต่ต้องปรับเปลี่ยนมาผลิตพวงมาลัยขวา ตามภูมิภาคการใช้รถ และ

4.ความรับผิดชอบของค่ายรถยนต์ หรือคำขอโทษ หรือ คำแถลงการณ์ต่างๆ จากผู้ผลิต ผู้บริการ เวลาที่เหตุการณ์ไม่ดี

ต่างๆที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ที่ทางค่ายผลิตหรือจัดจำหน่าย ซึ่งสำคัญมากๆที่เดียว เพราะโลกสมัยนี้ ข่าวสารต่างแพร่ได้

เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งครับ
credit : headlightmag.com

  ซึ่งทั้งปัญหาต่างๆนี้ทาง เจนเนอรัล มอเตอร์ ประเทศไทยก็พยามยามที่จะแก้ไข แต่การแก้ไขก็ไม่เป็นที่ประทับใจ

หรือไม่ทันเสียแล้ว

ส่งผลให้ยอดขายทั้งปี 2019 ของ เชฟโรเลต มีแค่ 15,000 กว่าคันเท่านั้นถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารการผลิต 

แล้วนับว่าขาดทุนมหาศาล

 แต่ภาพรวมของ จีเอ็มทั่วโลกยังมีกำไรโดยกำไรสะสมในปี 2562 มีมากกว่า 860,000 ล้านบาท 

โดยหลังจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ วิธีดำเนินธุระกิจของทางจีเอ็มจะเป็นไปในลักษณะขายกิจกรรมที่ไม่ทำกำไรทิ้ง

 คงเหลือเฉพาะกิจการที่คงทำกำไรไว้เท่านั้น


 และแล้วรอบนี้ก็มาถึงแบรนด์ เชฟโรเลต ประเทศไทย ที่สุดท้ายทาง จีเอ็มทำเหมือนที่เคยทำมาคือ 

ตัดสินในประการเลิกกิจการในประเทศไทยในที่สุด

เจ็บแต่จบ !  เหลือไว้แต่ร่องรอยประวัติศาสตร์ไว้กับประเทศไทย


credit : tester abv

โดยทางจีเอ็มจะวางมือการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา  ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน แค่ 27 % ของตลาดทั้งโลก 

และหันไปเน้น ทางพวงมาลัยซ้าย และรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์ ไร้คนขับ

 ซึ่งเป็นรถยนต์เพื่ออนาคตแทน (ในรูปสีนำ้เงินคือกลุ่มประเทศที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา )