ขอบคุณเจ้าของภาพที่อนุญาตให้เผยแพร่

ยิ้มสู้มะเร็ง กายป่วย ใจต้องแกร่ง  ตอน 10


คีโม เข็ม 2 เริ่มกลัวแล้ว  มาโรงพยาบาลวันนี้เรากับแฟนสองคนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใส่วิกผมมาด้วย  เจอคุณหมอ เขาก็ถามเราว่าแพ้ไหม ? เราบอกว่าแพ้ค่ะแต่ยังทนได้อยู่

 ครั้งที่สองนี้ก็ยังฉีด คีโม เข้าที่จุดเดิม เวลาก็ประมาณ 15 นาทีเมือนเดิม แต่เข็มนี้เราบอกหมอว่า ฉีดแล้วขอกลับเลยได้ไหม เพราะรู้สึกไม่อยากนอนที่โรงพยาบาลแล้ว คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงลูก คิดถึงบ้าน

แต่หมอบอกว่าถ้าให้คีโมแล้วไม่นอนดูอาการ แล้วถ้าเกิดช็อคขึ้นมาจะทำยังไง  ยังไงก็ต้องค้างเพื่อดูอาการ 1 คืน พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้าน  คืนนั้นที่โรงพยาบาล เรานอนไม่หลับทั้งคืนเลย อยากกลับบ้านมาก

รุ่งเช้ากลับบ้าน แต่พอกลับมาถึงบ้านจะลงจากรถ อาการเดิมกลับมาอีกแล้ว พะอึดพะอม เวียนหัว แต่คราวนี้หนักกว่าเดิม อาเจียนจนไม่มีอะไรออกมาเลย เหนื่อยมาก แรงไม่มีเลย จนแฟนต้องอุ้มเข้าห้องน้ำทุกวัน

 เริ่มท้อหนักขึ้น รู้สึกว่าเป็นภาระคนอื่นๆมาก  เพราะเห็นแฟนต้องลางาน เพิ่มขึ้น เพื่อมาดูแลเราสลับกับพี่สาว และแม่ซึ่งแก่มากแล้วแต่ต้องมาช่วยเลี้ยงลูกให้

อาการหนัก 2-3 วันต่อมา ช่วงสายๆวันนี้เราเริ่มมีความรู้สึกว่าร่างกายมันจะไปต่อไม่ไหวแล้วเริ่มมีอาการแปลกๆ  วันนี้ฝืนตัวเองเดินไปนั่งข้างๆกับพี่สาว และบอกพี่ว่า ฝากดูแลลูกชายให้ด้วย เลี้ยงดูและรักเขาให้เหมือนลูกตัวเองน่ะ สมุดบัญชี อยู่ตรงนั้นน่ะ บัตร ATM อยู่นั่น บอก บอกรหัสเสร็จสรรพ  เราบอกว่าวันนี้เหนื่อยมากขอขึ้นไปนอนพักก่อน

 แล้วเราก็ฝืนตัวเองเดินขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นสอง แล้วค่อยล้มตัวลงนอน นอนอยู่เงียบๆคนเดียว อาการแปลกมาอีกล่ะซึ่งอาการแปลกๆที่ว่านี้ คือ นอกจากจะเวียนหัวมาก และอ่อนแรงมาก อาการที่เพิ่มมาก็คือ สายตาเริ่มพล่ามัว

มองอะไรไม่ชัดเจนเหมือนก่อน  ภาพที่มองเห็นจะออกเป็นสีขาวดำลางๆ  หายใจได้ยากมาก หายใจได้ไม่ทั่วปอดเลย  ขยับตัวไม่ได้เลยแรงไม่มี แรงจะพูดยังไม่มีเลย หรือเรากำลังจะตาย คิดได้แค่นั้นน้ำตาก็ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง นี่เรากำลังจะตายจริงๆหรือ ?
เราจำได้ว่าสักพักใหญ่ๆแฟนก็เข้ามาในห้องแล้วถามเราว่าทำไมมาขึ้นมานอนคนเดียวข้างบนนี้ล่ะ ทำไมไม่ไปนอนอยู่กับแม่ที่ด้านล่างล่ะ ฟังเท่านั้นล่ะเราร้องไห้โฮเลย บอกแฟนว่าไม่ไหวแล้ว ร่างกายมันไม่ไหวแล้ว 

เราบอกแฟนว่าถ้ารอดจากครั้งนี้สิ่งแรกที่อย่างให้แฟนช่วยทำให้คือ ขอร้องห้ามไม่ให้พาไปรับฉีดคีโมอีกน่ะ เพราะร่างกายมันไม่ไหวแล้ว มันทรมานมาก จนทนไม่ไหวแล้ว พอแค่นี้นะ ซึ่งเราต้องบอกว่ากว่าจะพูดได้แต่คำนั้นมันเหนื่อยมากๆ เพราะหายใจไม่ทันมันหายใจได้อย่างยากลำบากเหลือเกิน

แฟนเราเข้ามาพยุงเราขึ้นนั่งแล้วพูดว่า เราจะยอมแพ้แล้วเหรอมาครึ่งทางแล้ว จะบอกเพียงแค่ว่า ไม่เอาไม่ไหวไม่อยากคีโมต่อแล้วแค่นั้นเหรอ

 พูดเสร็จแฟนก็เดินลงไปข้างล่างแล้วกลับมาพร้อมลูกชาย แฟนถามเราว่า นี่ใคร ได้ยินเสียงเขาไหม เขาร้องเรียกแม่ทุกวี่ ทุกวัน สู้เพื่อลูกได้ไหมข้อร้อง พูดเสร็จทั้งแฟนและลูกก็เข้ามากอดเราแล้วร้องไห้  แฟนพูดว่าจะแม่จะต้องอยู่ดูตอนลูกโต พวกเราจะอยู่ครบทั้งหมด จะต้องไม่มีใครหายไปไหนก่อนใครทั้งนั้น

 เราเห็นหน้าลูกแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมากมายจริงๆขนาดที่เราสามารถลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงได้เอง เราเดินมากินข้าว กินทุกอย่างที่สามารถกินได้ทั้งที่ไม่รู้สึกหิวและไม่รู้ถึงรสชาติอะไรเลย  เรารู้อยู่อย่างเดียวว่าเราต้องอยู่ๆ เราต้องรอด ! เพื่อครอบครัว

   หลังจากวันนั้นทุกคืนตอนนอน แม่เราจะขึ้นมานอนเป็นเพื่อนด้วย แม่เอาหนังสือสวดมนต์มาให้เรา ไว้อ่าน เพื่อให้จิตไม่ต้องคิดมาก แม่ว่าอย่างนั้น และทุกคืนเราจะได้ยินได้ฟังเสียงของแม่จะสวดมนต์ ได้ยินได้ฟังเสียงของแม้อ้อนวอนขอสี่งศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยปกป้องรักษาลูกสาวให้หายป่วย

 เราฟังไปก็รู้สึกเจ็บปวดใจลึกๆน่ะน้ำตาไหลพราก ที่ต้องมาเห็นแม่มาลำบาก นั่งอ้อนวอนเพราะอยากให้เราหายป่วย เราเป็นลูกแต่ต้องมาเป็นภาระของแม่ที่อายุปูนนี้ เราหลับด้วยคราบน้ำตาทุกคืน