ขอบคุณเจ้าของภาพที่อนุญาตให้เผยแพร่

ยิ้มสู้มะเร็ง กายป่วย ใจต้องแกร่ง  ตอน 3

ข่าวดี กับ ข่าวร้าย หนึ่งอาทิตย์ต่อมา วันนัดฟังผลตรวจชิ้นเนื้อที่จะบอกประเภทและชนิดของมะเร็งก็มาถึง  ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งอาทิตย์ที่ยาวนานมากกว่าจะมาถึงเพราะอะไรไม่ต้องบอก  รู้แต่ว่าคืนสุดท้ายก่อนจะมาฟังผลนั้นนอนไม่หลับหรือเรียกว่าไม่ได้นอนเลยก็ว่าได้

เพราะใจก็เฝ้าคิดว่าจะเป็นมะเร็งแบบใด ระยะใด รักษาอย่างไร มีโอกาสหายแค่ไหน เรียกว่าฟุ้งซ่านทั้งคืนค่ะ ถึงโรงพยาบาล ถึงห้องฟังผล คุณหมอก็เรียกเข้าห้องฟังผล คุณหมอแจ้งผลตรวจ ผลตรวจของคุณมีทั้งเรื่องดีและเรื่อไม่ดีคุณจะฟังเรื่องไหนก่อน

เราคิด อะไรว่ะเป็นมะเร็งมันยังจะมีข้อดีอยู่หรือหมอน่ะหมอมันใช่เวลาที่หมอจะมาเล่นตลกไหม  แต่เราก็มีแอบใจชื้นอยู่เหมือนกัน  เราบอกแล้วแต่หมอล่ะกันเพราะหนูทำใจไว้บ้างแล้ว

 คุณหมอบอก ข่าวดีคือจากผลตรวจพบว่า คุณเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 2  ระยะที่ยังไม่ร้ายแรงมาก ซึ่งมีโอกาสที่จะรักษาหายได้ แต่ต้องรีบรักษาโดยด่วน

 ส่วนเรื่องร้ายคือการรักษาจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดเต้านมด้านขวา ที่เป็นมะเร็งออก  เรานิ่งอึ้งไปสักพักใหญ่ เพราะคิดเองว่าเขาคงผ่าตัดเฉพาะจุดที่เป็นเนื้อร้ายออกไปเท่านั้น ที่ไหนได้ต้องผ่าออกทั้งเต้า โอ้….

หมอบอกว่าบริเวณใต้รักแร้จะมีต่อมน้ำเหลืองจำนวนมาก ซึ่งถ้าเซลล์มะเร็งแพร่ถึงต่อมน้ำเหลืองได้โอกาสหายจะน้อยมาก ดังนั้นการผ่าตัดก็จำเป็นต้องเอาผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองนั้นออกไปด้วย  

 จนแฟนได้เอ่ยถามหมอไปว่า ถ้าการรักษากรณีตัดเต้านมออกแล้ว โอกาสการหายขาดแน่นอนหรือเปล่าครับ  คุณหมอบอกว่าในระยะที่สองนี้ โอกาสหายขาดอยู่ที่ 60-70% เท่านั้น พูดง่ายๆ 100 คน หาย 60 คนถึง 70  คน และตาย 30 ถึง 40 คน ขี้นกับสภาพร่างการและความมีวินัยของผู้ป่วยด้วย  

คุณหมอบอกว่าต้องรีบรักษาอย่าทิ้งไว้เกินหนึ่งเดือนเพราะเซลล์มะเร็งแพร่ถึงต่อมน้ำเหลืองได้ ซึ่งจะทำให้เซลล์มะเร็งแพร่ไปยังส่วนต่างๆทั่วร่างกาย โชคดีที่ตอนนี้มันยังลามไปไม่ถึงต่อมน้ำเหลือง  และหลังการผ่าตัดแล้ว จะต้องรีบรักษาโดยวิธีเคมีบำบัดหรือที่เรียกกันว่า คีโม ต่อทันที