ขอบคุณเจ้าของภาพที่อนุญาตให้เผยแพร่

ยิ้มสู้มะเร็ง กายป่วย ใจต้องแกร่ง  ตอน 4

ค่าใช้จ่ายต่อมาทางคุณหมอคนดังกล่าว ก็คุยเรื่องการเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัด และเคมีบำบัดว่า ต้องมีอะไรบ้าง เพียงแค่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอย่างเดียว 250,000 บาท เราบอกตรงๆว่าเห็นราคาแล้วจะเป็นลม  สูงมากๆ

  ต้องบอกก่อนว่าเรากับแฟนก็เป็นเพียงแค่พนักงานบริษัททั่วไปเท่านัน ครอบครัวทางบ้านก็ไม่ได้มีฐานะอะไร เราก็เลยปรึกษาหมอว่า ถ้าค่าใช้จ่ายมากขนาดนี้ เราขอใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม ติดเพียงแต่ว่าประกันสังคมเราอยู่กับอีกโรงพยาบาลหนึ่ง 

  หมอบอกว่ากรณีนี้เราสามารถที่จะใช้สิทธิได้ แต่ต้องไปใช้กับโรงพยาบาลที่เราเลือกไว้เท่านั้น และบอกเราว่าทางหมอก็ไม่ได้บังคับน่ะว่าต้องรักษาที่นี่ เอาเป็นว่าตามที่เราคิดว่าสะดวกที่สุดเลยเพราะค่าใช้จ่ายมันก็สูงมาก  แต่ทางหมอขอว่าอย่าให้เกิน 1-2 เดือนน่ะเพราะมันเสี่ยงมาก กับโอกาสที่เซลล์มะเร็งแพร่ถึงต่อมน้ำเหลือง 

 เราตัดสินใจทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก เราขอไปใช้สิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลที่เราเลือก และขอให้คุณหมอคนนี้ออกหนังสือใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลนั้น    คุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไร

 เมื่อได้เอกสารแล้วก็กลับบ้าน เพราะคุยกับแฟนว่าจะไปโรงพยาบาลที่เราสามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้ ในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันต่อมา เราก็ไปที่โรงพยาบาลที่เราสามารถใช้สิทธิได้ พร้อมกับเอกสารส่งตัวเรียบร้อย ซึ่งพอไปถึงก็ยื่นเอกสารใบส่งตัว และแจ้วว่าเราเป็นมะเร็งระยะที่ 2  เราจึงมาขอผ่าตัดโดยใช้สิทธิประกันสังคม นางพยาบาลก็เอาใบส่งส่งตัวไปอ่านประมาณ 5 นาทีก็พูดว่าไม่เห็นมีตรงไหนที่บอกว่าเป็นมะเร็งเต้านม

  จากนั้นก็ให้นั่งรอ 08.30-14.30 . ก็ยังไม่ได้พบหมอใดๆทั้งสิ้น ตัวเราก็ร้อนใจมาก เพราะอยากจะรู้ผลการยื่นของเราเร็วๆ   ใครที่ไม่เคยอยู่จุดนี้ไม่รู้หรอก   สุดท้ายเมื่อความกลัวมันเข้าครอบงำจิตใจหมดแล้ว  เราไม่ไหวไม่รอแล้โว้ย  หมดเท่าไหร่เท่ากัน  จึงตัดสินใจจะวกกลับไปที่เก่า (ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของเอกชน) จึงโทรกลับไปหาคุณหมอคนเดิมว่าเราจะไปรับการรักษากับเขาเช่นเดิม

 คุณหมอคนนั้นก็เรียกไปเพื่อคุยในรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการรักษาวิธีการรักษา ตลอดจน เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการักษาก่อนทำการรักษาจริง