ขอบคุณเจ้าของภาพที่อนุญาตให้เผยแพร่

ยิ้มสู้มะเร็ง กายป่วย ใจต้องแกร่ง  ตอน 7

คีโม ที่ชั้น 8  พบคุณหมอ  คุณหมอแจ้งว่าขั้นตอนการรักษาต่อจากนี้ไป น้องต้องรับการให้คีโมน่ะ และต้องรักษาต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา ซึ่งเวลาในการรักษาไม่เกิน 5 เดือน

เรานิ่งอี้งอยู่พักหนึ่ง ก็ลองถามหมอว่ามีวิธีอื่นที่ไม่ต้องรับคีโมไหมค่ะ หนูกลัว  เราเองก็พอรู้มาบ้างว่าผลข้างเคียงของการให้เคมีบำบัดหรือคีโมนั้น ผมต้องร่วงหมดหัวแน่นอน เราต้องอายมากแน่ๆ

 คุณหมอมองหน้าเรานิ่งสักพัก ถอนหายใจลึกๆสองสามครั้ง แล้วก็พูดกับเราด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนเวลาที่เราจะโดนดุตอนเป็นเด็กๆ  หมอพูดว่า ถ้าเรามาหาหมอเร็วกว่านี้ ตรวจเจอเร็วกว่านี้ก็คงแค่ผ่าตัดแล้วกินยา ก็คงหาย แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ ณ เวลานี้  เราไม่รู้ว่าเซลล์มะเร็งมันกระจายไปยังส่วนใดของร่างกายเราบ้าง ซึ่งเพียงแค่การผ่าตัดอย่างเดียวอาจไม่ทำให้เซลล์ร้ายหมดไป

 ดังนั้นทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ ที่เราจะกำจัดได้ครอบคลุมที่สุดคือการคีโม และเพื่อตัวเราเองเพื่อชีวิตเราเอง ให้เข้ารับการคีโม เถอะ !

 ซึ่งการทำคีโมนี้จะต้องทำทั้งหมด 4 ครั้งโดยแต่ล่ะครั้งจะห่างกัน 21 วัน โดยในวันที่ 21 ของแต่ละช่วงห้ามป่วยเด็ดขาดเพราะคีโมจะให้ยาก่อนหรือหลังวันนี้ไม่ได้ และถ้าเป็นไข้ไม่สามารถรับการฉีด คีโมได้ ก็จะต้องเริ่มเข็มแรกใหม่ ซึ่งการฉีด การทำคีโมจะเกิดขึ้นในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า

หลังจากวันที่พบกับหมอเคมีบำบัดที่ชั้น 8 วันนั้น   คุณหมอแนะว่า ในช่วง 3 สัปดาห์ หรือ 21 วันนึ้ ก่อนให้คีโมนั้น น้องอยากทำอะไรให้ทำ อยากเที่ยวให้เที่ยว อยากช้อบให้ช้อบ อยากกินให้กิน อยากทำอะไรทำให้หมด เพราะถ้าให้คีโมแล้ว ผลมันไม่แน่นอน

แต่ที่แน่ๆหลังการทำคีโมมันจะมีข้อห้ามมากมายร้อยแปด ที่เราแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยตลอดระยะเวลา 5 เดือน ของการทำคีโม และหลังจากทำคีโมแล้วยังต้องมีข้อห้ามอีกมาก เพราะฉะนั้นช่วง 21 นี้ให้ทำทุกอย่างที่เราต้องการได้เลย

และหมอยังแจ้งอีกว่าการทำคีโมมันมีผลข้างเคียงน่ะ อาการหลักๆคือ ผมหรือเส้นขนทุกๆจุดบนร่างกายจะร่วงหมด ปากจะเป็นแผล ลิ้นจะด้านไม่สามารถรับรสชาติไดๆได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม  ขม  หรือ ร้อน  เย็น 
 
บางรายจะมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรงเหมือนคนจะลงแดง  บางรายท้องเสีย ท้องร่วงอย่างรุนแรง  และร่างกายเราจะมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำมาก มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย คือทำอะไรไม่ได้เลย คือต้องอยู่บ้านอย่างเดียว

เนื่องจากผลจากยาปฎิชีวนะที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย มันจะเข้าไปฆ่าทุกเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเพื่อเจริญเติบโต ทั้งเซลล์โรคร้ายคือเซลล์มะเร็งและเซลล์ปรกติคือเซลล์ดีอื่นๆที่มีการแบ่งตัวด้วย ยกตัวอย่างเซลล์ปรกติ ที่มีการแบ่งตัว เช่น เซลล์รากผม เซลล์เยื่อบุต่างๆ เป็นต้น

       พอกลับถึงบ้าน เราก็ทำอย่างที่หมอบอก คือ อยากทำอะไรให้ทำ อยากเที่ยวให้เที่ยว อยากช้อบให้ช้อบ อยากกินให้กิน และสิ่งที่เพิ่มเติมคือการหาซื้อของสำหรับไว้ใช้ ในช่วงคีโมคือ ของใช้จำพวกวิกผม ผ้าโพกหัว หมวกไหมพรม

 มันเป็นเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง ทำให้ความคิดไม่ฟุ้งซ่านเหมือนเดิม มองดลกในแง่ดีมากขึ้น  และที่ขาดไม่ได้เลย คือศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการปฎิบัติตัว การใช้ชีวิต สำหรับผู้ที่จะทำเคมีบำบัดหรือ คีโม เพื่อ เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมพร้อม รับกับสถานการณืที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง