Credit image :https://th.wikipedia.org


ล่าม และ ขันที ความเหมือนที่แตกต่าง



ในหนังจีนกำลังภายในหรือหนังจีนย้อนยุคที่เกี่ยวกับราชวงค์หรือเกี่ยวกับขุนศึก หรือจักรพรรดิ  ที่เราดูแทบทุกเรื่องจะมีหนึ่งตัวละครซึ่งมีบทบาทใรเรื่องราวเหล่านั้นเสมอๆ ตัวละครที่ว่านี้คือขุนนางจำพวกขันที 


 ซึ่งถ้าจะพูดเรื่องขันที ตอนนี้เราลองมาศึกษาหาความรู้ หรือที่มาที่ไปของขันทีเสียก่อนครับ ในแรกเริ่มเดิมที ขันทีเริ่มพบครั้งแรกอยู่ในยุครุ่งเรืองของชาวสุเมเรียนลุ่มแม่น้ำไทกรีส ยูเฟรตีสแถวอ่าวเปอร์เซีย หรือยุคอียิปต์โบราณหรือยุคเมโสโปรเตเมีย

 ซึ่งผู้ครองนครทำการหาทาสรับใช้ที่ภักดี โดยใช้การตอนเด็กอายุ 6-10 ขวบเพราะวัยนี้เด็กใกล้เริ่มที่จะมีอารมณ์ทางเพศแล้ว และโอกาสรอดจากการตอนสูง 

 และหลังจากนั้นระบบขันทีได้ขยายแตกเหล่าออกมาเป็น 2  สาย  สายแรกไปเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรเปอร์เซียหรืออิหร่านในปัจจุบัน และอีกสายก็ไปเจริญเติบโตในสมัยราชวงค์สุ่ยหรือจีนในปัจจุบัน 
ซึ่งในจีนก็ยังแบ่งเป็น 2 กลุ่มอีกน่ะครับ โดยกลุ่มแรกตัดเฉพาะองคชาตหรืออวัยวะเพศไม่ได้ตัตอัณฑะ กลุ่มนี้ยังมีความต้องการ มีอารมณ์ทางเพศอย่างเต็มเปี่ยม มีพละกำลังดังชายชาตรีทุกอย่าง พวกนี้จะทำหน้าที่รับใช้ที่พระราชวังส่วนนอกดูแลรับใช้ทุกอย่าง รวมทั้งทำงานหนักด้วย 

 และขันทีอีกพวกจะทำการตัดทั้งองคชาตและอัณฑะพวกนี้อารมณ์ทางเพศจะหมดไป เสียงจะเล็กแหลม พวกนี้จะทำกน้าที่รับใช้ในพระราชวังด้านใน

 ซึ่งพระราชวังส่วนนี้คนที่จะอยู่ได้เป็นเฉพาะผู้หญิง นางใน สนม ญาติพี่น้ององค์จักรพรรดิที่เป็นหญิง และขันที่ประเภทที่สองเท่านั้นผู้ชายทั่วไปหมดสิทธิ์ ส่วนผู้ชายที่จะอยู่ได้ก็คือองค์จักรพรรดิ และองค์ชายลูกตัวเล็กของจักรพรรดิเท่านั้นครับ 

โดยถ้าองค์ชายโตขึ้นก็ต้องย้ายออกไป ผู้อ่านคงเข้าใจน่ะครับว่าทำไม ทีนี้พวกขันทีพอความต้องการหรืออารมณ์ทางเพศหมดไปแล้วความสามารถหนึ่งจะออกมาเด่นคือ

เรื่องของอดทนอดกลั้น ความตั้งอกตั้งใจในทั้งการทำงานและการเล่าเรียน จนบางคนได้เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดขององค์จักรพรรดิโดยอาศัยว่ารับใช้ใก้ลชิดและ(เปลี่ยนจากจุดด้อยมาเป็นจุดเด่น)ไร้ซึ่งความมักใหญ่ไฝ่สูงเพราะไม่มีทายาท  
เป็นที่ไว้วางใจเชื่อใจมากกว่าคนอื่นทั่วไป จนทำให้หลายครั้งหลายที ได้เข้าไปมีส่วนในการให้คุณให้โทษ กับ ขุนศึกและข้าราชการสมัยนั้นในรูปแบบการเป็นที่ปรึกษา และเป็นตัวประสานระหว่างองค์จักรพรรดิ กับเหล่าขุนศึกและข้าราชการสมัยนั้น  ดังนั้นจึงทำให้เกิดอำนาจในตัวของขันทีขึ้นมา

และหลังหมดยุคขันทีล่ะ  ยุคปัจจุบันการลงทุนในบ้านเมืองเราจะมีบริษัทจากต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก และจำเป็นที่จะต้องส่งคนของตัวเองเข้ามาบริหารด้วย 

และในบรรดาบริษัทต่างชาติที่มีการส่งคนของตัวเองเข้ามาควบคุมงาน หรือเป็นคนต่างชาติที่ถูกเลือกเข้ามาบริหารงานบริษัทในไทยโดยเฉพาะบริษัทที่คนที่ส่งเข้ามาไม่ได้มีทักษะด้านภาษานัก เช่น จีน หรือญี่ปุ่น นั้นจำเป็นจะต้องมีล่ามแปลภาษา

 เพื่อให้สามารถถ่ายถอดถ้อยคำต่างๆได้โดยไม่ผิดพลาด ซึ่งในเบื้องต้นล่ามที่มาทำหน้าที่ก็จะทำหน้าที่ดังที่ได้กำหนดไว้

 แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปใด้ระยะหนึ่งพูดง่ายๆพอที่ล่ามเริ่มจะคุ้นเคยกับหัวหน้าที่เป็นคนต่างชาติแล้ว การแปลงานก็จะเริ่มทดลองมีการสอดแทรกความคิดเห็นของตัวเองลงไปด้วย

 เมื่อรู้ว่าทำได้ก็จะสอดแทรกความคิดที่ตัวเองเห็นว่าดีตัวเองเห็นว่าถูกต้องไปด้วยซึ่งจะคล้ายกับขันที่ที่ปรึกษาและเป็นตัวประสานระหว่างผู้บริหารต่างชาติกับพนักงานสมัยนี้ 

ดังนั้นจึงทำให้เกิดอำนาจในตัวของล่ามขึ้นมา ดังที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้น    รู้ไว้ ไม่เสียหายครับ