ปลากระป๋องถือได้ว่าเป็นอาหารที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเศรษฐกิจดีหรือไม่ก็ตาม
ปลากระป๋องก็ยังคงขายได้  ซึ่งมาจากหลายปัจจัยดังนี้

1. เก็บไว้ได้นาน ซึ่งปัจจัยนี้เป็นความต้องการประการแรกตั้งแต่ยุคเริ่มคิดค้นอาหารกระป๋อง
2. ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับอาหารอื่น
3. สามารถ นำไปใช้ทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ
4.จัดหาได้ง่าย และมีให้เลือกมากมายหลายแบรนด์หลายยี่ห้อ
5.สะดวกในการจัดเก็บ
6. ประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร 
และอื่นๆ

ในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ยุคที่รายจ่ายโตมาใกล้เคียงกับรายได้ ปลากระป๋องก็เป็นตัวเลือกที่ดี ตัวเลือกหนึ่ง ที่เราควรที่จะมีไว้ติดกับครัว ส่วนจะมากบ้างน้อยบ้าง ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละบ้านครับ

ส่วนปลาที่นิยมนำมาใช้ทำปลากระป๋องนั้นมีอยู่ 2 ชีวิตคือ 1.ปลาแมกเคอเรล และ 2.ปลาซาร์ดีน

ซึ่่งเมื่อก่อนจะใช้ปลาซาร์ดีนเป็นหลัก แต่เมื่อความต้องการปลาซาร์ดีนมากขึ้นการจับปลาซาร์ดีนเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณปลาซาร์ดีนที่จับได้ลดลงมาก ทำให้มีการนำปลาแมกเคอเรล มาทำปลากระป๋องมากขึ้น

ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แตกด่างกัน และปัจจุบันผู้ผลิตปลากระป๋องส่วนใหญ่ หรือมากกว่า 80 % ผลิตปลากระป๋องโดยใช้ทั้งปลาแมกเคอเรล และปลาซาร์ดีน เช่น ปลากระป๋องยี่ห้อ สามแม่ครัว อะยัม ซีเลค ซีเซฟ โรซ่า ไฮคิว มงกฎทะเล สยามยิ้ม ปุ้มป้ย นกพิราบคู่ เป็นต้น

ต่อมาเรามาทำความรู้จักปลาแมกเคอเรล และปลาซาร์ดีน

ปลาแมกเคอเรล


ปลาแมกเคอเรล ผิวจะเป็นเกล็ดละเอียดสีเงินมันวาว ตัวเรียวยาวกลมคล้ายทรงกระบอก หัวแหลมท้ายแหลม มีครีบกระโดงหนึ่งครีบ ครีบท้องหนึ่งครีบ ครีบข้างหนึ่งคู่ หางสองแฉก และมีเนื้อที่แน่นและมีความมันมากกว่าปลาซาร์ดีน

เมื่อแปรรูปแล้ว จากการสังเกตคร่าวๆคือ ปลาแมกเคอเรลในซอสมะเขือเทศ จะมีลักษณะลายเป็นริ้วๆ ตัวมีขนาดใหญ่กว่า และไม่เห็นเกล็ด

ปลาซาร์ดีน


ปลาซาร์ดีน มีรูปร่างเพรียวยาวทรงกระบอก ลำตัวกลม มีเกล็ดใหญ่และหยาบกว่า ตาโต ครีบหลังมีเพียงตอนเดียว ไม่มีก้านครีบแข็ง มีก้านครีบอ่อนประมาณ 13-21 ก้าน ครีบก้นมี 2 ครีบขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเงิน ลำตัวด้านข้างช่วงบนมีแต้มวงกลมสีน้ำเงินอมม่วง จะมีเนื้อที่นิ่มกว่าและหวานกว่าปลาแมคเคอเรล

เมื่อแปรรูปแล้ว จากการสังเกตคร่าวๆคือ ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ตัวปลาจะมีลักษณะลายจุดที่ด้านข้าง และจะพบเกล็ดปลาผสมอยู่ด้วย เพราะปลาซาร์ดีนมีเกล็ดติดที่ตัวปลาและมีเนื้อที่นิ่ม จึงไม่สามารถถอดเกล็ดออกได้ และมีเกล็ดที่ค่อนข้างใหญ่เห็นได้ชัดเจน

ส่วนรสชาติคงไม่อาจฟันธงได้ว่าแบบไหนอร่อยกว่ากันดังนั้น

- คนที่ชอบปลาที่นิ่ม มีรสชาติที่หวานและมีกลิ่นเฉพาะของปลาทะเล ควรเลือกกินปลาซาร์ดีนครับ และ
- คนที่ชอบปลาที่มีเนื้อมันและแน่น ไม่มีเกล็ด ก็ควรเลือกทานปลาแมกเคอเรลครับ

ต่อมามาดูส่วนแบ่งทางการตลาดของปลากระป๋องกันครับ จากภาพด้านล่างจะเห็นว่า

อันดับ 1 เป็นยี่ห้อ สามแม่ครัว มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 30 %

อันดับ 2 เป็นยี่ห้อ ซีเล็ค มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 15 %

อันดับ 3 เป็นยี่ห้อ โรซ่า มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 10 %

อันดับ 4 เป็นยี่ห้อ ซุเปอร์ ซีเชฟ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 5 %

อันดับ 5 เป็นยี่ห้อ ปุ้มปุ้ย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 5 %

และ เป็นยี่ห้ออื่นๆ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 35 %





ต่อมาแยกดูที่ล่ะยี่ห้อ โดยจะเรียงลำดับตามผลการประเมินจากตารางด้นล่าง








1.ปลากระป๋องตรา อะยัม

    -บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องดีเนื่องจากเป็นเนื้อเดียวกันกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาดไม่มี
   - ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดแน่นพอดีกระป๋องจำนวน 2 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 93 กรัม
   - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 40 % รสชาติจึงเข้มข้นไปด้วย            ซอสมะเขือเทศ
   - ราคา 36 บาท เป็นเพราะเป็นสินค้านำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยโรงงานผลิตอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย

โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 1 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา









2.ปลากระป๋องตรา สามแม่ครัว

   -  บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องดีเนื่องจากเป็นเนื้อเดียวกันกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาดไม่มี
   - ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดแน่นพอดีกระป๋องจำนวน 3 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 93 กรัม
   - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 40 % แต่มีลักษณะรสชาติเข้มก        ลางๆของซอสมะเขือเทศ พร้อมด้วยน้ำมันปาล์ม
  - ราคา 17 บาท

   โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 2 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
    









3.ปลากระป๋องตรา ซีเล็ค

    - บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องดีเนื่องจากเป็นเนื้อเดียวกันกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาดไม่มี
   -  ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดเล็กอยู่ในกระป๋องจำนวน 4 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 93 กรัม
   -  ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 40 % แต่มีลักษณะรสชาติจึงเข้ม        ข้นอ่อนของซอสมะเขือเทศ
- ราคา 18 บาท

    โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 3 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
    






4.ปลากระป๋องตรา ซูเปอร์ ซีเชฟ

    - บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องดีเนื่องจากเป็นเนื้อเดียวกันกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาดไม่มี
    - ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดแน่นพอดีกระป๋องจำนวน 3 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 93 กรัม
   - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 40 % แต่มีลักษณะรสชาติจึงเข้ม        ข้นแบบหวานๆของซอสมะเขือเทศ
  - ราคา 18 บาท

   โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 4 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
  







5.ปลากระป๋องตรา ไฮคิว

     - บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องดีเนื่องจากเป็นเนื้อเดียวกันกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาดไม่มี
   -  ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดแน่นพอดีกระป๋องจำนวน 3 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 93 กรัม
    - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 65 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 30 % รสชาติจึงอ่อนไปตาม                ปริมาณซอสมะเขือเทศที่ลดลง
- ราคา 16.5 บาท

   โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 5 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
    







6.ปลากระป๋องตรา ปุ้มปุ้ย

    - บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องไม่ดีเนื่องจากเป็นกระดาษที่นำมาห่อหุ้มกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาด
    - ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดแน่นพอดีกระป๋องจำนวน 3 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 93 กรัม
    - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 37 % รสชาติจึงอ่อนไปตาม                ปริมาณซอสมะเขือเทศที่ลดลง
  - ราคา 14 บาท

   โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 6 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
    







7.ปลากระป๋องตรา โรซ่า

   - บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องดีเนื่องจากเป็นเนื้อเดียวกันกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาดไม่มี
  -ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล แต่มีลักษณะเนื้อยยุ่ย ขนาดเล็กอยู่ในกระป๋องจำนวน 4 ตัวขนาดน้ำหนักเนื้อปลา รวม 93 กรัม
   - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 65 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 30 % รสชาติจึงอ่อนไปตาม                ปริมาณซอสมะเขือเทศที่ลดลง
  - ราคา 17 บาท

โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 7 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
  






8.ปลากระป๋องตรา สยามยิ้ม

   - บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องไม่ดีเนื่องจากเป็นกระดาษที่นำมาห่อหุ้มกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาด
    - ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล เนื้อแน่น ขนาดแน่นพอดีกระป๋องจำนวน 3 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลารวม 87 กรัม
    - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 37 % รสชาติจึงอ่อนไปตาม                ปริมาณซอสมะเขือเทศที่ลดลง
- ราคา 15 บาท

    โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ในลำดับที่ 8 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
  








9.ปลากระป๋องตรา พิราพคู่

   -  บรรจุภัณฑ์สลากข้างกระป๋องไม่ดีเนื่องจากเป็นกระดาษที่นำมาห่อหุ้มกับกระป๋องทำให้โอกาสฉีกขาด
 - ภายในบรรจุปลาแมกเคอเรล แต่มีลักษณะเนื้อยยุ่ย ขนาดเล็กอยู่ในกระป๋องจำนวน 4 ตัว ขนาดน้ำหนักเนื้อปลา  รวม ไม่ระบุ
    - ส่วนผสมที่สำคัญประกอบไปด้วย เนื้อปลา 60 % กับ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 37 % รสชาติจึงอ่อนไปตาม                ปริมาณซอสมะเขือเทศที่ลดลง
- ราคา 13 บาท

    โดยภาพรวมทั้งหมดจึงถูกจัดอันดับไว้ท้ายสุดในลำดับที่ 9 ในการจัดอันดับโดยไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่อราคา
    




บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความสนใจอ่าน จนถึงบทสุดท้ายครับ แต่อย่างไรก็ตาม ปลากระป๋องในประเทศไทยยังมีอีกหลายยี่ห้อครับ ซึ่งไม่ได้นำมาจัดอันดับไว้ในบทความนี้ 

ส่วนและอันดับที่ผู้เขียนมีการจัดไว้อาจจะไม่ตรงกับใจของท่านผู้อ่านก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ