Kra Canal  คลองไทยพลิกโลก







แม่นำ้กระบรี จังหวัดระนอง



ที่มาของคลองกระ คอคอดกระ หรือ Kra Canal มาจากแม่น้ำกระบุรีที่เป็นพรมแดนธรรมชาตืที่แยกระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า มีความยาว 60 กิโลเมตร

 ต้นน้ำมาจากเทือกเขาตระนาวศรี ไหลผ่านอำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น และอำเภอเมือง จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นจุดที่แคบที่สุดระหว่างทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย 

ซึ่งทำให้แนวคิดที่อยากจะขุดคลองจะต้องมองจุดที่แคบที่สุด ซึ่งก็เลยกลายมาเป็นคำว่าคลองกระ คอคลอดกระ หรือ ต่างชาติ รู้จักกันในชื่อ Kra Canal นั้่นเอง  

แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ทำให้ สามารถที่จะขุดที่จุดใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแม่น้ำกระบุรี  ดังงนั้น จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่าคลองไทยแทน


พูดถึงประเทศสิงคโปร์ที่ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างมากกว่าประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน สาเหตุหนึ่งพบว่าเพราะประเทศนี้เป็นศูนย์กลางในการขนส่งทางเรือเดินสมุทร ที่มีปริมาณการจราจรทางเรือที่หนาแน่นที่สุดในโลกในแต่ละปีมีเรือผ่านจุดนี้ 1 ใน 5 โลก หรือประมาณ 80,000 - 100,000 ลำต่อปี

ซึ่งการที่มีเรือผ่านมากขนาดนี้ทำให้เกิดการบริการและเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวนมากเช่น การเก็บค่าผ่านทาง อุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่น คลังน้ำมัน การบริการเติมน้ำมันเรือ อุตสาหกรรม ส่งออกน้ำมันและอื่นๆอีกมากมาย  

สิ่งนี้ทำเป็นส่วนหลักที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มีรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล 

ส่วนประเทศไทยถ้าดูตามลักษณะทางภูมิศาสตร์แล้ว จะพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้เปรียบทุกประเทศ ในอาเซียนไม่เว้นแม้แต่สิงคโปร์ ที่จะสามารถแย่งชิงความมั่งคั่งเหล่านั้นมาได้ 

โดยการขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างทะเลอ่าวไทย กับทะเลอันดามัน  แล้วอะไรคือสิ่งที่ยังไม่ทำให้เกิดขึ้นทั้งที่มีแนวคิดนี้มามากกว่า 350 ปีแล้ว เรามาดูกัน


จะลดระยะทางได้ 700 km ลดเวลาได้ 3 วัน




จากการศึกษาพบว่ามีอยู่ 4 เส้นทางที่เป็นไปได้  






ขนาดของคลอง จะมีความกว้าง 400 เมตร ลึก 25 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนความยาวแล้วแต่จุด โดยมีการประมาณค่าใช้จ่ายในการขุดเบื้องต้นที่ 30,000 ล้านบาท






เรื่องราวในอดีดเกี่ยวกับ คลองกระ / คอคอดกระ


.. 2220  ( ..1677สมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา (ครองราช  พ.. 2172 - 2231) มีแนวความคิดที่จะขุดคลองกระ เพื่อเชื่อมทะเลด้านทิศตะวันออกและทะเลทางด้านตะวันตกของอาณาจักรสยาม เพื่อประโยชน์ด้านการค้าทางการเดินเรือ 
 มีการส่งคณะวิศวกรชาวฝรั่งเศสชื่อ เดอลามาร์ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบต่อเติมป้อมกำแพงเมืองลพบุรี ให้เพื่อป้องกันพม่าในสมัยนั้น มาทำการสำรวจ แต่ไม่สามารถขุดได้เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยนั้นยังไม่เพียงพอ




.. 2336  ( ..1793 )  สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระอนุชาธิราชเจ้า ของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเสนอให้ขุดอีกครั้งเพราะจะทำให้ทางกรุงเทพฯ สามารถที่จะส่งทหารทางเรือไปช่วยรบกับพม่าได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เพราะอาณาจักสยามครอบคลุมพื้นที่ตะวันตกแถบระนองทั้งหมด

.. 2406  ( ..1863 )  อังกฤษได้เข้ามาปกครองพม่า และบริษัทอีสอินเดียตะวันออกของอังกฤษ มีความสนใจที่จะขุด แต่จากการศึกษาพบว่าความสำรวจเป็นไปได้ยากและต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ จึงล้มเลิก


.. 2425  ( ..1882 )  นาย เฟอร์ดินานด์ เดอเลสเซ็ปส์ นักการทุตและวิศวกรชาวฝรั่งเศส ผู้ที่ควบคุมการขุดคลองสุเอซสำเร็จในปี พ.. 2412  ( ..1869 )  เพื่อเชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง  เข้ามาขอทางสยามเพื่อสำรวจความเป็นไปได้เกี่ยวกับการขุดคลองในพื้นที่ดังกล่าว
 แต่ทางสยามโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ( ร.5 )ไม่อนุญาติเพราะเกรงใจอังกฤษ และไม่ไว้ใจฝรั่งเศส เพราะช่วงนั้นทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างก็เป็นมหาอำนาจและแข่งขันกันในการล่าอาณานิคม

.. 2440  ( ..1897 )  ไทยและจักรวรรดิอังกฤษ ทำข้อตกลงที่จะไม่สร้างคลอง เพื่อให้การปกครองน่านน้ำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ อยู่ภายใต้อิทธิพลของท่าเรือสิงคโปร์ที่อังกฤษครอบครองอยู่
 และกำหนดให้อังกฤษมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในดินแดนไทย คือคนในความดูแลของอังกฤษทำผิดแต่ไม่ต้องขึ้นศาลไทย 


.. 2452  ( ..1909 )  ไทยได้ขอจักรวรรดิอังกฤษให้แก้ไขสัญญา โดยแลกกับการทำข้อตกลง ในสนธิสัญญาที่ไทยเสียเปรียบอย่างมาก โดยยอมแลกแผ่นดินมาลายูเกือบทั้งหมดยกเว้นปัตตานี ให้อังกฤษ เพียงเพื่อแลกกับการได้ยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตและให้อังกฤษรองรับอำนาจของสยามเหนือปัตตานี

.. 2484  ( ..1941 ) เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของไทยโดยย่อ

ไทยประกาศเข้าร่วมกับญี่ปุ่นและประกาศสงครามกับพันธมิตร




โฆษณาชวนเชื่อของกองทัพญี่ปุ่นในไทย

คณะเสรีไทย โดยมี หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช เป็นหัวหน้า

โฆษณาของฝ่ายเสรีไทย


ฝ่ายอักษะแพ้สงคราม ญี่ปุ่นทำสัญญาสงบศึกกับอเมริกา   ส่วนไทยอ้างว่าการประกาสสงครามเป็นโมฆะเพราะผู้แทนพระองค์คือนายปรีดี พนมยงค์ ไม่ได้ลงนาม แต่กลับร่วมเป็นผู้นำเสรีไทย  แต่การประกาศนี้มีเพียงสหรัฐ เท่านั้นที่ยอมรับ แต่จีน ฝรั่งเศส และจักรวรรดิอักฤษไม่ยอมรับ กลับให้ไทยทำสนธิสัญญาสันติภาพเพื่อสงบศึก 



.. 2489  ( ..1946 )  ไทยและจักรวรรดิอังกฤษ ได้ทำสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ทางจักรวรรดิอังกฤษมองว่าไทยแพ้สงครามร่วมกับญี่ปุ่น จึงมีการทำสนธิสัญญาสันติภาพ จำนวน 24 ข้อกับไทย และมีอยู่ หนึ่งข้อที่กำหนดว่า "สยามจะไม่สร้างหรือขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างทะเลอ่าวไทยกับทะเลอันดามันโดยที่ไม่ผ่านการเห็นชอบโดยอังกฤษ"



จากทั้งหมด 24 ข้อมีข้อที่ 7 เกี่ยวกับคอคอดกระ โดยมีข้อที่ 21 บอกว่าสงครามจะถือว่ายุติก็ต่อเมื่อข้อที่ 1-20 ถูกนำไปปฎิบัติ และข้อที่ 24 บอกเฉพาะวันที่มีผลเริ่มใช้ ไม่บอกวันสิ้นสุด ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปในปัจจุบันและอนาคตด้วย


.. 2548  ( ..2005 )  มีรายงานลับของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริการถึงแผนการหยุดจีน ในการที่จีนหวังที่จะใช้โครงการคลองกระเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงกับการขยายอิทธิพลของจีนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการค้าขายในภูมิภาคนี้คือแนวคิดเส้นทางสายไหมยุคศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative (BRI) )
.. 2558  ( ..2015 )  สมาคมวัฒนธรรมไทยและเศรษฐกิจไทย ได้ออกมาเรียกร้องความเป็นไปได้ของโครงการอีกครั้ง เพื่อที่จะช่วยแก้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำของประเทศ เพื่อให้ไยกลายเป็น ศูนย์กลางทางการขนส่งและเศรษฐกิจโลก
.. 2561  ( ..2018 )  นายกรัฐมนตรีของไทย ประกาศว่ารัฐบาลของเขาไม่ไห้ความสำคัญกับโครงการคอคอดกระ
.. 2563  ( ..2020 ) สภาผู้แทนราษฎรไทย เห็นชอบในการจัดตั้งคณะกรรมการในการศึกษา

จากเหตการณ์ที่เกิดขึ้นสรุปว่า


 แม้ว่าการขุดคลองกระหรือคลองไทยเพื่อเชื่อมทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย จะทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นอย่างมหาศาล แต่การจะสร้างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจากข้อตกลงในสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกที่สยามหรือไทยได้ทำไว้ ว่าถ้าจะมีการขุดคลองเชื่อมต่อทั้งสองฝั่งทะเลดังกล่าว ต้องได้รับการยินยอมจากอังกฤษล่วงหน้า   ซึ่งการที่อังกฤษจะยอมเป็นไปได้ยาก เพราะอังกฤษลงทุนในสิงคโปร์ไว้มหาศาล ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจการค้าและการควบคุมจุดยุทศาสตร์ทางทะเลในเรื่องของทหาร ที่ตอนนี้ทั้งอังกฤษและสหรัฐต่างมองว่าจีนคือภัยคุกคาม ความมั่นคงของทั้งสหรัฐ อังกฤษ และเครือจักรภพอังกฤษคือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย รวมทั้งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างมาเลเซีย บรูไนย ฟิลิปปินส์ ที่มีปัญหาในหมู่เกาะสแปรตลีย์ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในความเคลื่อนไหวในปัจจุบันนี้ พบว่ามีกองเรือรบของทั้งอังกฤษและสหรัฐเองประจำการณ์ในสิงคโปร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้ายอมให้ไทยขุด จะทำให้ยุทธศาสตร์ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกโลก  และในส่วนของไทยเองก็ควรมีการพิจารณาเรื่องนี่อย่างระมัดระวัง  ซึ่งถ้าไทยขุดโดยไม่สนใจสนธิสัญญาสงบศึกก็จะทำให้มองว่าสงครามกับไทยไม่จบก็เป็นไปได้  และอาจจะมีการตอบโต้จากทางอังกฤษ ในสนธิสัญญา อังกฤษ-สยาม ปี 2452  โดยอาจยกเลิกในหัวข้อว่า " อังกฤษรับรองอำนาจอธิปไตยของสยามเหนือปาตานี " ซึ่งมันจะทำให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนมองว่าเกิดความชอบทำที่ปัตตานีซึ่งอยากจะแยกตัวออกไปอยู่แล้วก่อความวุ่นว่ายก็เป็นไปได้สูง     ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสามารถพลิกจุดยุทธศาสตร์จริงๆ